ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 10553/2551

หลักกฎหมาย

ตามหนังสือมอบอำนาจช่วง และฟ้องเดิมของโจทก์ระบุว่าฟ้อง นางสาวดารุณีเป็นจำเลยที่ 1 โดยให้รับผิดในมูลละเมิด ระบุว่าภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 3 อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ต่อมาโจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโดยแก้ชื่อจำเลยที่ 1 เป็นนางดารุณีหรือนางสาวดรุณี และขอแก้ไขภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 เป็นบ้านเลขที่ 2/1 หมู่ที่ 10 ซึ่งภูมิลำเนาตามที่ขอแก้ไขตรงกับภูมิลำเนาปัจจุบันของจำเลยที่ 1 ที่ให้การระบุว่า จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ที่ 10 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง โดยระบุว่าย้ายมาจากบ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง และจำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันที่ทำละเมิดในคดีนี้ ดังนี้จึงเป็นการแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล และภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ตามฟ้องเดิมซึ่งเป็นจำเลยคนเดียวกัน มิใช่แก้ไขคำฟ้องโดยเปลี่ยนตัวจำเลยที่ 1 จากนางสาวดารุณี เป็นนางสาวดรุณี ซึ่งเป็นคนละคนกันแต่อย่างใด อีกทั้งการที่โจทก์ระบุชื่อตัวและชื่อสกุลของจำเลยที่ 1 ในหนังสือมอบอำนาจช่วงและคำฟ้องเดิมผิดพลาดคลาดเคลื่อนนั้น ก็เป็นการสะกดชื่อตัวผิดเล็กน้อยจาก "นางสาวดรุณี" เป็น "นางสาวดารุณี" พอถือว่าเป็นชื่อเดียวกันนั้นเอง ส่วนชื่อสกุลสะกดผิดจาก "สังข์แก้ว" เป็น "สังข์ทอง" ก็ผิดเฉพาะพยางค์ท้ายเท่านั้น พยางค์หน้าเป็นคำเดียวกัน ชื่อสกุลจึงคล้ายคลึงกันมาก แสดงว่าที่ระบุชื่อตัวและชื่อสกุลจำเลยที่ 1 ผิดเกิดจากการสับสนเข้าใจผิดในชื่อของจำเลยที่ 1 เท่านั้น ถือว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้ฟ้องจำเลยที่ 1 และได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ตามหนังสือมอบอำนาจช่วงถูกตัวและถูกต้องชอบแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 470,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเนื่องจากไม่ได้บรรยายฟ้องว่ารถคันที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหายอย่างไร และไม่ได้บรรยายให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 กับนายเสถียรเป็นนายจ้างลูกจ้างกันอย่างไร วันเกิดเหตุนายเสถียรทำงานในทางการที่จ้างให้แก่จำเลยที่ 1 อย่างไร เหตุละเมิดไม่ได้เกิดจากความประมาทของนายเสถียร ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ค่าซ่อมแซมรถไม่เกิน 50,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากจำเลยที่ 2 ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 และนายเสถียร จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-2125 พัทลุง จากจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ส่งมอบการครอบครองให้จำเลยที่ 1 ไปแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนยัน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ตามสำเนาหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.6 โจทก์มอบอำนาจให้นายสมพจน์ มีอำนาจดำเนินคดีแทนและมอบอำนาจช่วงได้ตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.7 นายสมพจน์ได้มอบอำนาจช่วงให้นายทรงชัย หรือนายสุนันท์ หรือนายศราวุธ ฟ้องคดีนี้แทนตามหนังสือมอบอำนาจช่วงเอกสารหมาย จ.8 ถึง จ.10 โจทก์รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80 - 5714 สุราษฎร์ธานี ตามกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารหมาย จ.1 จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80 - 2125 พัทลุง นายทักษิณ ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80 - 5714 สุราษฎร์ธานี ไปตามถนนสายเอเซีย 41 จากอำเภอทุ่งสงมุ่งหน้าไปทางอำเภอเวียงสระ นายเสถียร ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80 - 2125 จังหวัดพัทลุง จากอำเภอเวียงสระมุ่งหน้าไปอำเภอทุ่งสง เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถยนต์บรรทุกทั้ง 2 คัน ได้ชนกันได้รับความเสียหายตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย ป.จ.1 ของศาลแพ่งธนบุรี คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือมอบอำนาจช่วงเอกสารหมาย จ.8 มีข้อความว่า นายสมพจน์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้มอบอำนาจช่วงให้นายทรงชัยฟ้องและดำเนินคดีกับนางสาวดารุณี ที่ 1 บริษัทหาดใหญ่สหมอเตอร์ จำกัด ที่ 2 และผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีและตามคำฟ้องเดิมโจทก์ได้ฟ้องนางสาวดารุณี เป็นจำเลยที่ 1 บริษัทหาดใหญ่สหมอเตอร์ จำกัด เป็นจำเลยที่ 2 โดยฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80 - 2125 พัทลุง และจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันดังกล่าวร่วมกันเป็นนายจ้างหรือตัวการของนายเสถียร ผู้ทำละเมิดในทางการที่จ้างหรือมอบหมายจากจำเลยทั้งสองโดยคำฟ้องเดิมระบุภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ว่า อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 3 อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง แม้ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องตามคำร้องลงวันที่ 24 เมษายน 2541 โดยขอแก้ชื่อจำเลยที่ 1 จากนางสาวดารุณี เป็นนางดารุณีหรือนางสาวดรุณี และได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องตามคำร้องลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2541 ขอแก้ชื่อจำเลยที่ 1 เป็นนางสาวดรุณี และขอแก้ไขภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 เป็นบ้านเลขที่ 2/1 หมู่ที่ 10 ก็เป็นการแก้ไขชื่อตัวชื่อสกุลและภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ตามฟ้องเดิมซึ่งเป็นจำเลยคนเดียวกัน มิใช่การแก้ไขคำฟ้องโดยการเปลี่ยนตัวจำเลยที่ 1 จากนางสาวดารุณี เป็นนางสาวดรุณี ซึ่งเป็นคนละคนกัน ภูมิลำเนาที่ขอแก้ไขนั้นก็ตรงกับภูมิลำเนาปัจจุบันของจำเลยที่ 1 ที่ให้การระบุว่า จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ที่ 10 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ซึ่งตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารท้ายคำร้องดังกล่าวปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ย้ายภูมิลำเนามาจากบ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ซึ่งก็ตรงกับภูมิลำเนาของนางสาวดารุณี จำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องเดิมก่อนมีการแก้ไขและตรงกับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนท้ายคำร้องดังกล่าว ทั้งตามภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ที่ระบุในคำฟ้องก็ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลชื่อนางสาวดารุณีหรือดรุณี อันจะแสดงว่าฟ้องผิดตัว นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ก็เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80 - 2125 พัทลุง จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวและเป็นนายจ้างหรือตัวการนายเสถียรผู้ทำละเมิดตามที่โจทก์เข้าใจ ตามหนังสือมอบอำนาจและตามฟ้องมานั้นเอง ที่โจทก์ระบุชื่อตัวและชื่อสกุลของจำเลยที่ 1 ในหนังสือมอบอำนาจช่วงและคำฟ้องเดิมผิดพลาดคลาดเคลื่อนนั้น
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10553/2551 · ทนอย Thanoy