ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550

ฎีกาที่ 11/2550

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ได้กำหนดขั้นตอนการอุทธรณ์คำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการต่อศาลไว้ การจะนำคดีมาสู่ศาลจึงต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าว เมื่อโจทก์มิได้ดำเนินการตามขั้นตอน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำขอรับสิทธิบัตร ซองสำหรับบรรจุหลอดตามสิทธิบัตรเกาหลีซึ่งเป็นแบบผลิตภัณฑ์เดียวกับสิทธิบัตรพิพาทได้มีการเปิดเผยภาพ สาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ได้เผยแพร่อยู่แล้วนอกราชอาณาจักรก่อนวันที่จำเลยยื่นคำขอรับสิทธิบัตรพิพาทจึงไม่ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 57 (2) ซึ่งต้องเพิกถอนตามมาตรา 64 ประกอบด้วยมาตรา 56 จำเลยที่ 1 ในฐานะเจ้าของสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ซองสำหรับบรรจุหลอดพิพาทย่อมมีสิทธิแสดงตนว่าเป็นเจ้าของสิทธิบัตรซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ส่วนคำขอรับสิทธิบัตรหลอดดูดพลาสติกพิพาทอีก 6 คำขอ แม้ยังอยู่ระหว่างประกาศโฆษณา แต่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ขอรับสิทธิบัตรก็มีสิทธิบอกกล่าวแก่บุคคลทั่วไปให้รู้ว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้มีการยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้ว อันเป็นการบอกกล่าวตามข้อเท็จจริง เมื่อลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ยังซื้อสินค้าของโจทก์อยู่ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องจักรใช้ในการผลิตสินค้าหลอดดูดพลาสติกต่าง ๆ เช่น เครื่องเกลียวฉีดสีหลอดดูดพลาสติก เครื่องทำหลอดดูดพลาสติก เครื่องทำโค้งงอหลอดดูดพลาสติก และเครื่องห่อเป็นซ่องบรรจุหลอดดูดพลาสติก เดิมประเทศเยอรมนีเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรและสินค้าดังกล่าวนับถึงปัจจุบันเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว ต่อมาได้มีการผลิตเครื่องจักรและขายสินค้าดังกล่าวในประเทศเกาหลีโดยนำต้นแบบมาจากเยอรมนี บริษัทในประเทศเกาหลีได้ผลิตเครื่องจักรและขายสินค้าดังกล่าวนับถึงปัจจุบันมากว่า 20 ปีแล้ว จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการ ในปี 2542 และปี 2545 จำเลยทั้งสองได้นำแบบผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเครื่องจักรดังกล่าวไปขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จากกระทรวงพาณิชย์ โดยอ้างว่าเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ กล่าวคือ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2542 นำแบบหลอดดูดพลาสติกโค้งงอไปขอรับสิทธิบัตรตามคำขอเลขที่ 050563 และ 050565 ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2545 นำแบบซองสำหรับบรรจุหลอดดูดพลาสติกไปขอรับสิทธิบัตรตามคำขอเลขที่ 072707 และเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2545 นำแบบหลอดดูดฉีดสีและลวดลายพลาสติกไปขอรับสิทธิบัตรตามคำขอเลขที่ 072740, 072741, 072742 และ 072743 ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สิทธิบัตรกระทรวงพาณิชย์ให้สิทธิบัตรแก่จำเลยทั้งสองโดยผิดหลง การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการนำสิ่งประดิษฐ์ที่มีอยู่แล้ว และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเครื่องจักรในต่างประเทศ มีเอกสารเผยแพร่เครื่องจักรและผลิตภัณฑ์นอกราชอาณาจักรมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไปขอรับสิทธิบัตรโดยไม่สุจริต แอบอ้างว่าเป็นการออกแบบของตนเอง จำเลยทั้งสองได้นำสิทธิบัตรดังกล่าวไปแสดงต่อลูกค้าของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสีย อีกทั้งลูกค้าของโจทก์เกรงกลัวไม่กล้าซื้อสินค้าจากโจทก์ โจทก์ขอคิดค่าเสียหายจากการเสียโอกาสในการขายสินค้าและค่าเสื่อมเสียชื่อเสียงเดือนละ 300,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 300,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะเพิกถอนสิทธิบัตรตามฟ้อง ให้พิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิบัตรตามคำขอเลขที่ 050563, 050565, 072707, 072740 ถึง 072743 จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองได้ขอรับสิทธิบัตรตามฟ้องจริง แต่ก่อนวันที่จำเลยทั้งสองขอรับสิทธิบัตรดังกล่าว ไม่มีเอกสารเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ใดตรงกับข้อถือสิทธิในแบบผลิตภัณฑ์ที่จำเลยทั้งสองขอ เอกสารเผยแพร่ที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นเอกสารเผยแพร่การคิดค้นเครื่องจักรซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์หลอดดูด ไม่ตรงกับการขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของจำเลยทั้งสอง ไม่ขอรับรองว่าเอกสารดังกล่าวมีการเผยแพร่มาก่อนวันที่จำเลยขอรับสิทธิบัตรออกแบบผลิตภัณฑ์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากโจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า การที่จำเลยทั้งสองได้รับสิทธิบัตรมาโดยไม่สุจริตทำให้ลูกค้าโจทก์เกรงกลัวไม่กล้าซื้อสินค้าจากโจทก์ เป็นเรื่องการกล่าวอ้างในภายหน้าและยังไม่แน่นอน โจทก์จึงไม่ใช่บุคคลผู้มีส่วนได้เสีย โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าลูกค้าเกรงกลัวไม่กล้าซื้อสินค้าจากโจทก์เป็นจำนวนโดยประมาณเท่าใด จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ไม่ได้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามฟ้อง การที่จำเลยได้นำการขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์แสดงต่อลูกค้าหรือบุคคลทั่วไปเป็นการบอกกล่าวที่จะใช้สิทธิตามกฎหมายไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า โจทก์ฟ้องขอเพิกถอนคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์รวม 7 คำขอ คือ คำขอเลขที่ 050563, 050565, 072707 และ 072740 ถึง 072743 โดยอ้างเหตุว่ามิใช่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง ข้อเท็จจริงปรากฏว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ออกสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ซองสำหรับบรรจุหลอดตามคำขอเลขที่ 072707 เลขที่สิทธิบัตร 17676 ให้แก่จำเลยที่ 1 ส่วนคำขอรับสิทธิบัตรอีก 6 คำขอที่เหลืออยู่ระหว่างประกาศโฆษณาตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 65 ประกอบด้วยมาตรา 28 มีปัญหาที่เห็นควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยในประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องเพิกถอนคำขอรับสิทธิบัตร 6 คำขอ คือ คำขอเลขที่ 050563, 050565 และ 072740 ถึง 072743 ที่อยู่ระหว่างประกาศโฆษณาหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 65 ประกอบด้วยมาตรา 31, 34, 72, 74 ได้กำหนดขั้นตอนให้บุคคลที่เห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ขอรับสิทธิบัตร หรือเห็นว่าคำขอรับสิทธิไม่ชอบด้วยกฎหมายคัดค้านคำขอรับสิทธิบัตรและให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรยื่น
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง