ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2553

ฎีกาที่ 11029/2553

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทุจริตยักยอกเงินของโจทก์โดยเพิ่มเติมจำนวนตัวเลขและตัวหนังสือในเช็คเงินสดที่เรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายในนามของจำเลยที่ 1 เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำไปเบิกถอนเงินมาจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ แต่จำเลยที่ 1 ใช้เช็คขอเบิกเงินสดถึง 15,558,406 บาท เป็นการใช้เช็คเบิกเงินสดที่มากผิดปกติ เช่นนี้ โดยหน้าที่ตามสัญญารับฝากเงินตาม ป.พ.พ. มาตรา 659 วรรคสาม และตามระเบียบภายในของธนาคารจำเลยที่ 2 พนักงานผู้ทำหน้าที่ตรวจรับเช็คและอนุมัติจ่ายเงินควรที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังและพิจารณาด้วยความรอบคอบ และควรที่จะสงสัยถึงขนาดที่ควรจะสอบถามเรือนจำกลางชลบุรี ผู้สั่งจ่ายว่าได้ออกเช็คจ่ายเงินจำนวนมากดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 มาเบิกเงินสดไปจริงหรือไม่ การที่พนักงานของจำเลยที่ 2 ไม่ได้สอบถามผู้สั่งจ่าย และยอมจ่ายเงินตามที่ระบุในเช็คดังกล่าวไป ถือได้ว่าเป็นการละเว้นไม่กระทำการที่จะต้องกระทำเป็นการผิดสัญญารับฝากเงินและเป็นละเมิดด้วย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 รับราชการตำแหน่งนักทัณฑวิทยา 5 ประจำเรือนจำกลางชลบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของโจทก์ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าการเงินและบัญชีมีหน้าที่ทำฎีกาวางฎีกาเบิกเงินจากคลังจังหวัด เขียนเช็คสั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้มีอำนาจสั่งจ่าย ลงนามเบิกถอนเงินตามเช็คจากธนาคาร รับและจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ของเรือนจำกลางชลบุรี จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประกอบบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2541 ถึงวันที่ 19 มีนาคม 2542 จำเลยที่ 1 ได้ทุจริตยักยอกเงินงบประมาณของโจทก์ที่คลังจังหวัดโอนเข้าธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของจำเลยที่ 2 ตามที่เรือนจำกลางจังหวัดชลบุรีได้เปิดบัญชีไว้ โดยจำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนตัวเลขและตัวหนังสือในเช็คเงินสดที่เรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายในนามของจำเลยที่ 1 เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำไปเบิกถอนเงินมาจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ของเรือนจำกลางชลบุรีเป็นค่าเงินเดือนค่าล่วงเวลา และค่าสวัสดิการหลายครั้ง กล่าวคือ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2541 จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินในเช็คเลขที่ 9169453 ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายเป็นเงินสดในนามของจำเลยที่ 1 จำนวน 270,200 เป็น 1,270,200 บาท เบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี เป็นจำนวนเงินที่แก้ไขและยักยอกไป 1,000,000 บาท วันที่ 17 ธันวาคม 2541 จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินในเช็คเลขที่ 9169469 ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายเป็นเงินสดในนามของจำเลยที่ 1 จำนวน 7,350 บาท เป็น 67,350 บาท เบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรีเป็นเงินที่ยักยอกไป 60,000 บาท วันที่ 5 มกราคม 2542 จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินในเช็คเลขที่ 9169485 ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายเป็นเงินสดในนามของจำเลยที่ 1 จำนวน 283,000 บาท เป็น 1,283,000 บาท เบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี เป็นจำนวนเงินยักยอกไป 1,000,000 บาท วันที่ 25 มกราคม 2542 จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินในเช็คเลขที่ 9169488 ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายเป็นเงินสดในนามของจำเลยที่ 1 จำนวน 75,968.10 บาท เป็น 475,968.10 บาท เบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี เป็นจำนวนเงินที่ยักยอกไป 400,000 บาท วันที่ 28 มกราคม 2542 จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินในเช็คเลขที่ 9169496 ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายเป็นเงินสดในนามของจำเลยที่ 1 จำนวน 5,440 บาท เป็น 605,440 บาท เบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี เป็นจำนวนเงินยักยอกไป 600,000 บาท วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2542 จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินในเช็คเลขที่ 1622706 ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายเป็นเงินสดในนามของจำเลยที่ 1 จำนวน 3,333.45 บาท เป็น 1,003,333.45 บาท เบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี เป็นจำนวนเงินที่ยักยอกไป 1,000,000 บาท วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2542 จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินในเช็คเลขที่ 1622713 ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายเป็นเงินสดในนามของจำเลยที่ 1 จำนวน 58,743 บาท เป็น 558,743 บาท เบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี เป็นจำนวนเงินที่ยักยอกไป 500,000 บาท วันที่ 8 มีนาคม 2542 จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินเงินในเช็คเลขที่ 1622722 ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายเป็นเงินสดในนามของจำเลยที่ 1 จำนวน 237,600 บาท 1,237,600 บาท เบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี เป็นจำนวนเงินที่ยักยอกไป 1,000,000 บาท และวันที่19 มีนาคม 2542 จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินในเช็คเลขที่ 1622725 ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีสั่งจ่ายเป็นเงินสดในนามของจำเลยที่ 1 จำนวน 58,406 บาท เป็น 15,558,406 บาท เบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี แล้วจำเลยที่ 1 ได้ขาดหนีราชการไปโดยเบียดบังยักยอกเงิน 15,558,406 บาท ไปด้วย รวมเป็นเงินที่จำเลยที่ 1 แก้ไขยอดเงินในเช็คและยักยอกเอาไปจำนวน 21,118,406 บาท เงินจำนวนดังกล่าวเรือนจำกลางชลบุรีได้รับคืนมาแล้วทั้งสิ้น 16,969,937.40 บาท จึงเหลือเงินที่จำเลยที่ 1 ยักยอกเอาไปจำนวน 4,148,468.60 บาท การที่จำเลยที่ 1 ทุจริตยักยอกเอาเงินของโจทก์ไปเป็นประโยชน์ของตนหรือของผู้อื่นเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ทุจริตแก้ไขเพิ่มเติมยอดเงินในเช็คเบิกถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี และเจ้าหน้าที่ประจำของธนาคารจำเลยที่ 2 ได้จ่ายเงินตามเช็คที่แก้ไขเพิ่มเติมให้จำเลยที่ 1 ไปเป็นการปฏิบัติงานในทางการที่จ้างหรือตามวัตถุประสงค์ของตัวการจำเลยที่ 2 โดยมิได้ใช้ความระมัดระวังป้องกันรักษาผ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11029/2553 · ทนอย Thanoy