คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2542
ฎีกาที่ 1112/2542
หลักกฎหมาย
โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าสัญญาใดจริง สัญญาใดปลอมแต่บรรยายว่าสัญญาตัวจริงหรือสัญญาซึ่งเจตนาให้มีผลผูกพันกันระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งห้าคือ สัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมกัน ส่วนสัญญา 3 ฉบับตามฟ้องทำขึ้นอำพรางสัญญาซื้อขายที่แท้จริงเพื่อช่วยเหลือให้จำเลยทั้งห้าเสียภาษีน้อยลงจำนวนเงินที่ซื้อขายตามสัญญาตัวจริง และสัญญาที่ทำขึ้นไว้เพื่ออำพรางจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด ไม่เป็นประเด็นข้ออ้างแห่งคดีของโจทก์และเป็นเพียงรายละเอียดที่นำสืบได้ใน ชั้นพิจารณา จำเลยทั้งห้าก็เข้าใจและให้การต่อสู้คดีตามฟ้องของโจทก์ได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยทั้งห้าร่วมกันจัดสรรที่ดินในโครงการสวัสดีทาวน์แมนชั่น แม้จำเลยทั้งห้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินจากคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ก็เป็นเพียงการ ดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายเท่านั้น การดำเนินการของจำเลยทั้งห้าต้องด้วยหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ดิน ย่อมต้องอยู่ภายใต้ บังคับของกฎหมายที่ให้มีการจัดให้มีสาธารณูปโภค และให้ถือว่าสาธารณูปโภคดังกล่าวตกอยู่ในภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจาก จำเลยทั้งห้าจึงมีสิทธิใช้สโมสรกับสระว่ายน้ำที่ จำเลยทั้งห้าจัดสร้างขึ้นได้ โจทก์ยอมรับว่าสโมสรกับสระว่ายน้ำตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 43838 ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 206458 ของจำเลยที่ 5ไม่ได้อยู่ใกล้กับสโมสรและสระว่ายน้ำ ที่ดินโฉนดเลขที่ 206458ของจำเลยที่ 5 จึงไม่ตกอยู่ในภารจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 191057 และ 191066 ของโจทก์
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับห้ามจำเลยทั้งห้ากระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้การใช้ประโยชน์ในสโมสรและสระว่ายน้ำของโจทก์ลดไปหรือเสื่อมความสะดวก ให้จำเลยทั้งห้าจดทะเบียนให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 43838 และ 206458 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสโมสรและสระว่ายน้ำตกอยู่ในบังคับภารจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 191057 และ 191066 หากจำเลยทั้งห้าไม่ยอมปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน และให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันบำรุงรักษาสโมสรและสระว่ายน้ำให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นโดยตลอดไป จำเลยทั้งห้าให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างสืบพยานโจทก์ จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องขออนุญาตยื่นบัญชีพยานศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งห้ายื่นคำแถลงโต้แย้งคำสั่ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าจดทะเบียนให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 43838 และ 206458 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสโมสรตกอยู่ในบังคับภารจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 191057 และเลขที่ 191066 หากจำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งห้าและให้จำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นผู้จัดสรรที่ดินต้องบำรุงรักษาให้สโมสรคงสภาพเดิมดังที่ได้จัดทำขึ้นแต่แรก จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับบัญชีพยานจำเลยทั้งห้า โดยให้จำเลยทั้งห้านำพยานเข้าสืบแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ระหว่างศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมนางวิไล ปัจฉิมสวัสดิ์ผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4ร่วมกันบำรุงรักษาสโมสรและสระว่ายน้ำพิพาทให้คงสภาพเดิมเช่นที่ได้จัดทำขึ้นตลอดไป และห้ามมิให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้การใช้ประโยชน์ในสโมสรและสระว่ายน้ำพิพาทลดไปหรือเสื่อมความสะดวก ให้จำเลยที่ 2ไปจดทะเบียนให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 43838 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสโมสรและสระว่ายน้ำพิพาทตกอยู่ในภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 191057 และ 191066 มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษานี้แทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 โจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันบำรุงสโมสรและสระว่ายน้ำพิพาทให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นตลอดไป ห้ามมิให้จำเลยทั้งห้ากระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้การใช้ประโยชน์สโมสรและสระว่ายน้ำพิพาทของโจทก์ลดไปหรือเสื่อมความสะดวก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความนำสืบรับกันและมิได้โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทสหภูมิการค้าและพัฒนา จำกัดจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 เป็นกรรมการของบริษัทดังกล่าวเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2527 โจทก์ได้ซื้อบ้านและที่ดินในโครงการสวัสดีทาวน์แมนชั่นซึ่งตั้งอยู่ในซอยแดงอุดมถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครและบ้านดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 191057 และ 191066ติดต่อกัน ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามลำดับ โดยได้มีการแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 4696 ของจำเลยที่ 3 และที่ดินโฉนดเลขที่ 43837ของจำเลยที่ 4 ออกเป็นโฉนดละ 5 แปลง เป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 191057ถึง 191066 ขณะที่โจทก์ซื้อบ้านนั้นได้มีการปลูกสร้างบ้านเสร็จแล้วโดยมีการทำสัญญาแยกกันเป็น 3 ฉบับ คือสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์ผู้ซื้อและจำเลยที่ 3 ที่ 4 ผู้ขาย สัญญาปลูกสร้างอาคารระหว่างโจทก์ผู้ว่าจ้างและห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนาเอ็นจิเนียริ่งโดยจำเลยที่ 1 ผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้รับจ้าง และสัญญาว่าจ้างทำถนนน้ำ ไฟ ท่อระบายน้ำ และปรับปรุงที่ดินระหว่างโจทก์ผู้ว่าจ้างและบริษัทสหภูมิการค้าและพัฒนา จำกัด โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2เป็นผู้รับจ้าง ครั้นประมาณปี 2528 ได้มีการสร้างอาคารสโมสรขึ้นณ บ้านเลขที่ 51/1 และสระว่ายน้ำบนที่ดินโฉนดเลขที่ 43836และ 43838 ตามแผนผังเอกสารหมาย จ.5 ต่อมาฝ่ายจำเลยได้ใช้ อาคารสโมสรเป็นสถานที่สอนบัลเล่ต์ แล้วภายหลังเปลี่ยนเป็นบ้านพักอาศัยของบุตรสาวจำเลยที่ 2 มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามฎีกาของจำเลยทั้งห้าว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่เห็นว่า แม้คำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าสัญญาใดจริงสัญญาใดปลอม หากแต่โจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งว่า สัญญาตัวจริงหรือสัญญาซึ่งเจตนาให้มีผลผูกพันกันระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งห้าคือ สัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมกัน ส่วนสัญญา 3 ฉบับตามฟ้องทำขึ้นอำพรางสัญญาซื้อขายที่แท้จริงเพื่อช่วยเหลือให้จำเลยทั้งห้าเสียภาษีน้อยลง สำหรับจำนวนเงินที่ซื้อขายตามสัญญาตัวจริงและสัญญาที่ทำขึ้นไว้เพื่ออำพรางจะเป็นจำนวนเงินเท่าใดนั้นไม่เป็นประเด็นข้ออ้างแห่งคดีข
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง