คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2543
ฎีกาที่ 1116/2543
หลักกฎหมาย
จำเลยมิได้ขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาทจนเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกที่จำเลยขับเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับ จำเลยจึงมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินในอันที่ผู้ก่อจะต้องหยุดช่วยเหลือแสดงตัว และแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคหนึ่ง
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 291พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), 78, 157, 160 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายประสิทธิ์และนางสมจิตร เชื้อปาน บิดามารดาของนายนันทศักดิ์ เชื้อปาน ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคหนึ่ง, 160 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนจึงรอให้การลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ 2 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือน ต่อครั้งในปีแรก และทุก 6 เดือนต่อครั้งในปีที่สอง ให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์เป็นเวลา 15 ชั่วโมง ตามที่จำเลยและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ส่วนความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้ยกฟ้อง โจทก์ร่วมทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78, 160 วรรคหนึ่ง เสียด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาโจทก์มีเพียงว่า จำเลยกระทำความผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคหนึ่ง โดยขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลและทรัพย์สินแล้ว ไม่หยุดช่วยเหลือ และไม่แสดงตัวหรือแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันทีและได้หลบหนีไปหรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยมิได้ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80 - 1185 สิงห์บุรี โดยประมาทจนเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกที่จำเลยขับเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่นายนันทศักดิ์ขับเสียหายและนายนันทศักดิ์ถึงแก่ความตาย เมื่อข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่ารถบรรทุกที่จำเลยขับเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่มา จำเลยจึงมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินในอันที่ผู้ก่อจะต้องหยุดช่วยเหลือหรือแสดงตัว และแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคหนึ่ง ตามคำฟ้องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องความผิดในข้อหาดังกล่าวชอบแล้ว พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง