ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2531

ฎีกาที่ 1118/2531

หลักกฎหมาย

จำเลยนำสินค้าควบคุมจากเขตจังหวัดอื่นเข้ามาในเขตท้องที่จังหวัดที่มีการประกาศเขตควบคุม แม้จะปรากฏว่าสินค้ายังอยู่ในเรือที่ได้บรรทุกมายังไม่มีการขนถ่ายสินค้าก็ตาม การกระทำของจำเลย ก็เป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้า และป้องกันการผูกขาดแล้ว จำเลยร่วมกันพยายามนำสินค้า สบู่ ผ้า บุหรี่ และไม้อัดซึ่ง มิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องออกไปนอกราชอาณาจักรและร่วมกันขนย้ายสบู่อันเป็นสินค้าควบคุมในท้องที่จังหวัดตราดทางทะเลกับร่วมกันขนย้ายผ้าและบุหรี่อันเป็นสิ่งของที่อยู่ในความควบคุมทางทะเลจากท้องที่จังหวัดอื่นเข้ามาในเขตจังหวัดตราดทางทะเลการกระทำของจำเลยในสินค้าแต่ละประเภทเป็นความผิดกรรมเดียวผิด กฎหมายหลายบท จึงต้องแยกประเภทสินค้าออกเป็นกระทงความผิดแล้ว ลงโทษบทหนัก คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งบท มาตราความผิดและกำหนดโทษเป็นการแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรมาตรา 27 ไม่ว่าจะเป็นพยายามกระทำความผิดหรือกระทำความผิดสำเร็จก็ตาม กฎหมายได้กำหนดโทษไว้ เท่ากันคือความผิดครั้งหนึ่งให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือจำคุกไม่เกินสิบปีหรือทั้งปรับทั้งจำเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายบท พระราชบัญญัติศุลกากรจึงเป็นบทหนักกว่าพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคและของอื่นในภาวะคับขัน

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469มาตรา 27 พระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ.2522 มาตรา 10, 23, 24, 40, 43 พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ. 2488 มาตรา 4, 10, 20ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ พระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา 37, 76 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยพ.ศ. 2456 มาตรา 277, 282 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 มาตรา 3 ประกาศคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 27 มิถุนายน2422 ประกาศคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดจังหวัดตราด ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2523ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน ฉบับที่ 104 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2524 ประกาศจังหวัดตราดลงวันที่ 13 มีนาคม 2524 ริบของกลางทั้งหมดยกเว้นเรือยนต์ส. เรืองสมุทร 5 กับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้คืนเจ้าของ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 8 มีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 27 ให้จำคุกคนละ 2 ปี และปรับรวมกัน 7,275,840 บาท มีความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 มาตรา 10, 23, 24, 40, 43 จำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 3,000 บาท มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ. 2488มาตรา 4, 10, 20 จำคุกคนละ 3 เดือนและปรับคนละ 1,000 บาทจำเลย ที่ 1 และที่ 6 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ, 70, 72 ทวิ ฐานมีอาวุธปืนให้จำคุกจำเลยที่ 18 เดือนและปรับ 4,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 6 6 เดือน และปรับ 3,000บาท ฐานพกพาอาวุธปืนจำคุกจำเลยที่ 1 8 เดือน และปรับ 3,000 บาทจำคุกจำเลยที่ 6 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท จำเลยที่ 3 และที่ 7มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 37, 76ให้ปรับคนละ 1,000 บาท จำเลยที่ 7 มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 277, 282พระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477มาตรา 3 ให้ปรับ 1,000 บาท ถ้าจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนริบสินค้าไม้อัด สบู่ บุหรี่ และผ้าของกลาง ส่วนเรือส.เรืองสมุทร 5 อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน เสื้อ กางเกงรองเท้า กระเป๋าเดินทาง และกล้องถ่ายรูปของกลางให้คืนเจ้าของรอการลงโทษจำคุกของจำเลยทุกคนไว้คนละ 2 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 4และที่ 5 กับข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 1, 2, 3, 6, 7 และ 8 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 8 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าสำหรับสินค้าผ้าและบุหรี่อันเป็นสิ่งของที่อยู่ในความควบคุมนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 8 มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆในภาวะคับขัน พ.ศ. 2488 มาตรา 4, 10, 20 ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นในภาวะคับขัน ฉบับที่ 104 พ.ศ.2524 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2496 มาตรา 27 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 83, 84, 90 ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นในภาวะคับขันอันเป็นบทหนัก จำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท ส่วนสินค้าสบู่อันเป็นสินค้าควบคุมนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 8 มีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11)พ.ศ. 2490 มาตรา 3 พระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 มาตรา 10, 23, 24, 40, 43ประกาศคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดฉบับที่ 1 พ.ศ. 2522 ประกาศคณะกรรมการส่วนจังหวัด กำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด จังหวัดตราด ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2523ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 84, 90 ให้ลงโทษฐานพยายามนำสินค้าหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติศุลกากรอันเป็นบทหนักให้จำคุกคนละ 4 เดือนและปรับรวม 2 ใน 3ของสี่เท่าราคาสบู่ของกลางเป็นเงิน 123,733.33 บาท จำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 8 มีความผิดฐานพยายามนำสินค้าไม้อัดหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27พระราชบัญญัติ ศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 84 ให้จำคุกคนละ 2 เดือนและปรับรวม 2 ใน 3 ของสี่เท่าราคาไม้อัดของกลางเป็นเงิน13,333.33 บาท รวม 3 กระทงเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 8คนละ 1 ปี และปรับคนละ 10,000 บาท กับปรับรวม 137,066.66บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 8 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 8 เป็นเจ้าของสินค้าบุ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง