คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2556
ฎีกาที่ 11236/2556
หลักกฎหมาย
ตามคำยืนยันรับรองข้อมูลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เกมเป็นคำรับรองยืนยันของกรรมการบริษัท ก. ว่า โจทก์ร่วมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานเกมฟุตบอลเมเนเจอร์ 2009 ซึ่งได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น มิใช่คำรับรองยืนยันของบริษัทโจทก์ร่วมในความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนในสำเนาหนังสือมอบอำนาจก็ปรากฏว่า ประธานบริษัทโจทก์ร่วมยืนยันเพียงว่าบริษัทโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของและหรือผู้อนุญาตซึ่งเกมวิดีโอเครื่องเล่นอาร์เคดและซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาร์เคดภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "SEGA" เท่านั้น โจทก์ร่วมมิได้ยืนยันความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกมในฐานะเป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าวที่โจทก์อ้างในคำฟ้อง ในข้อนี้กลับปรากฏจากพยานหลักฐานของจำเลยตามสำเนาหนังสือของบริษัท ซ. ว่า บริษัท ซ. เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานแผ่นซีดีเกมฟุตบอลเมเนเจอร์ 2009 ซึ่งได้โฆษณางานครั้งแรกที่ประเทศสหราชอาณาจักร พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมจึงรับฟังไม่ได้ว่า บริษัทโจทก์ร่วมประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามฟ้อง โจทก์ร่วมจึงไม่อาจมอบอำนาจให้บริษัท ก. ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดอันยอมความได้ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมเพื่อการค้าตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนจำเลยในความผิดฐานนี้ และโจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานดังกล่าว
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 31พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 70พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 110พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 108
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 30, 31, 61, 70, 75 และ 76 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 4, 108, 110 และ 115 ให้แผ่นดีวีดีเกมจำนวน 1 แผ่น ของกลางที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทแกแล็คซี่เอ็ดดูเทนเม้นท์ จำกัด ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทเซก้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 108 ให้ระวางโทษตามมาตรา 110 (ที่ถูก มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108) ซึ่งปกเกมที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหาย (ที่ถูก ซึ่งปกเกมที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร) นั้นจำเลยได้ขายพร้อมกับแผ่นดีวีดีเกมในคราวเดียวกัน และโจทก์ก็ได้บรรยายคำฟ้องรวมกันมาในข้อเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยฐานละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ของกลางมีจำนวนแผ่นเดียว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อน จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีโดยให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 2 ปี แต่ให้คุมความประพฤติของจำเลยไว้ โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ภายในกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้แผ่นดีวีดีเกมจำนวน 1 แผ่น ของกลางที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า โจทก์ร่วมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกมฟุตบอลเมเนเจอร์ 2009 ตามฟ้อง และเป็นผู้เสียหายซึ่งอาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดต่อส่วนตัวฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมเพื่อการค้าตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) หรือไม่ เห็นว่า ตามคำยืนยันรับรองข้อมูลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เกมเป็นคำรับรองยืนยันของนายสุพลและนายธนา ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทแกแล็คซี่เอ็ดดูเทนเม้นท์ จำกัด ตามสำเนาหนังสือรับรอง ว่าโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานเกมฟุตบอลเมเนเจอร์ 2009 ซึ่งได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2550 มิใช่คำรับรองยืนยันของบริษัทโจทก์ร่วมในความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกมฟุตบอลเมเนเจอร์ 2009 แต่อย่างใด ส่วนในสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ก็ปรากฏว่านายฮิซาโอะ (Hisao )ประธานบริษัทโจทก์ร่วมยืนยันเพียงว่าบริษัทโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของและหรือผู้อนุญาตซึ่งเกมวิดีโอเครื่องเล่นอาร์เคด (arcade machines) และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาร์เคดภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "SEGA" เท่านั้น โจทก์ร่วมมิได้ยืนยันความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกมฟุตบอลเมเนเจอร์ 2009 ในฐานะเป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าวดังที่โจทก์อ้างในคำฟ้องเช่นกัน นอกจากนี้นายอภิชาติ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทแกแล็คซี่เอ็ดดูเทนเม้นท์ จำกัด พยานโจทก์และโจทก์ร่วมเบิกความตอบทนายโจทก์ร่วมว่า ที่แผ่นปกเกมฟุตบอลเมเนเจอร์ 2009 ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของกลาง มีข้อความว่า "ไม่ต้องใช้ Crack ลงทะเบียนเหมือนของแท้ด้วย PhoneActivate" ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบภาพแผ่นปกเกมดังกล่าวของแท้ แล้วปรากฏว่าแผ่นปกเกมของแท้จะไม่มีข้อความดังกล่าว เมื่อตรวจดูภาพปกเกมของแท้ที่มีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ แล้วไม่ปรากฏว่ามีข้อความแสดงถึงชื่อบริษัทโจทก์ร่วมเป็นภาษาอังกฤษว่า "Sega Corporation" เป็นผู้ผลิตสินค้าเกมฟุตบอลเมเนเจอร์ 2009แต่อย่างใด รวมทั้งในภาพแผ่นปกเกม "FOOTBALL MANAGER 2009" แผ่นที่ 3 และที่ 4 ซึ่งมีลิขสิทธิ์ถูกต้องและจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดยนิวอีร่าตามภาพถ่ายแผ่นปกเกม ที่ทนายโจทก์ร่วมใช้ประกอบการถามค้านตัวจำเลยก็ไม่ปรากฏชื่อบริษัทโจทก์ร่วมเป็นภาษาอังกฤษว่า "Sega Corporation" เป็นผู้ผลิตสินค้าเกมฟุตบอลเมเนเจอร์ 2009 เช่นกัน ในข้อนี้กลับปรากฏจากพยานหลักฐานของจำเลยตามสำเนาหนังสือของบริษัทเซก้ายุโรปจำกัด (SEGA Europe Limited) ในประเทศสหราชอาณาจ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง