คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537
ฎีกาที่ 1131/2537
หลักกฎหมาย
การพิจารณาว่าการกระทำเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันมิใช่จะพิจารณาแต่เพียงว่าถ้าเป็นการกระทำความผิดหลายฐานในครั้งเดียวคราวเดียวแล้วจะต้องเป็นกรรมเดียวเสมอไป การกระทำผิดหลายฐานในครั้งเดียวคราวเดียวอาจเป็นหลายกรรมต่างกันได้ หากผู้กระทำมีเจตนาที่จะให้เกิดผลต่างกันหรือประสงค์จะให้เกิดผลเป็นความผิดหลายฐาน จำเลยพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายและพรากผู้เสียหายไปจากมารดาของผู้เสียหาย ซึ่งได้กระทำในคราวเดียวกัน อันเป็นความผิดต่อผู้เสียหายกับเป็นความผิดต่อมารดาผู้เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดให้เกิดผลในกรรมในความผิดต่างฐานต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรม
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277,317, 80, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาเด็กหญิง ม. โดยนาย ส. และนางศ.บิดามารดาผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 317วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรมให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยลงโทษตามมาตรา 277วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 รวม 2 กระทง กระทงละ 6 ปี และตามมาตรา 317วรรคสาม รวม 2 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 22 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 จำคุกกระทงละ 3 ปีรวมจำคุกจำเลย 16 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ในการพิจารณาว่าการกระทำเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันนั้น มิใช่จะพิจารณาแต่เพียงถ้าเป็นการกระทำความผิดหลายฐานในครั้งเดียวคราวเดียวแล้วจะต้องเป็นกรรมเดียวเสมอไป การกระทำผิดหลายฐานในครั้งเดียวคราวเดียวอาจเป็นหลายกรรมต่างกันได้หากผู้กระทำมีเจตนาที่จะให้เกิดผลต่างกันหรือประสงค์จะให้เกิดผลเป็นความผิดหลายฐาน ดังนั้นการที่จำเลยพยายามข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงม. ผู้เสียหายและพรากผู้เสียหายไปจากนาง ศ. มารดาของผู้เสียหาย ซึ่งได้กระทำในคราวเดียวกันนั้นเป็นความผิดต่อผู้เสียหายกับความผิดต่อมารดาผู้เสียหาย จึงถือได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดให้เกิดผลเป็นกรรมในความผิดต่างฐานต่างหากจากกัน หาใช่เป็นความผิดกรรมเดียวกันไม่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าความผิดของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก และมาตรา 317 วรรคสาม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันนั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง