คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2533
ฎีกาที่ 1149/2533
หลักกฎหมาย
การที่ธนาคารโจทก์ที่ 1 จัดให้มีการแข่งขันกีฬาภายในระหว่างหน่วยงาน ถือว่าเป็นการกระทำที่อยู่ในวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ 1และเมื่อระเบียบของโจทก์ที่ 1 กำหนดว่าการแข่งขันกีฬาและการฝึกซ้อมกีฬาของพนักงานให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร เมื่อโจทก์ที่ลงแข่งขันกีฬาฟุตบอลเพื่อคัดเลือกหาทีม ตัวแทน สำนักงานใหม่ตามคำสั่งของโจทก์ที่ 1 และได้รับบาดเจ็บขณะทำการแข่งขัน จึงเป็นกรณีลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง จำเลยต้องจ่ายเงินทดแทนเป็นรายเดือนที่ถึงกำหนดแล้วทั้งหมดให้แก่โจทก์ที่ 2 ในคราวเดียวกัน.
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 จัดให้มีการแข่งขันกีฬาภายในสำนักงานใหญ่ โจทก์ที่ 1 มีคำสั่งให้โจทก์ที่ 2 ไปเล่นกีฬาด้วยโจทก์ที่ 2 ได้ร่วมแข่งขันกีฬาฟุตบอล และได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขณะทำการแข่งขันซึ่งเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่โจทก์ที่ 1 นายจ้าง แต่สำนักงานกองทุนเงินทดแทนของจำเลยไม่ยอมจ่ายเงินทดแทน ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลย และให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า การที่โจทก์ที่ 2 บาดเจ็บจากการแข่งขันกีฬาไม่ใช่เป็นการประสบอันตรายเนื่องจากทำงานให้แก่โจทก์ที่ 1จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินทดแทนให้แก่โจทก์ แต่หากต้องจ่าย ก็ไม่ต้องจ่ายทีเดียวทั้งหมด คงจ่ายเป็นรายเดือน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกล่าววินิจฉัยมาได้ความว่า โจทก์ที่ 1 มีระเบียบว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคาร โจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานของโจทก์ที่ 1 ตำแหน่งพนักงานตรวจสอบ ฝ่ายตรวจสอบ สำนักงานใหญ่ โจทก์ที่ 1 ได้มีคำสั่งให้โจทก์ที่ 2 เป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมสำนักงานใหญ่ 1 วันที่16 กรกฎาคม 2531 โจทก์ที่ 2 ลงเล่นฟุตบอล ขณะแข่งขันโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บต้องออกจากการแข่งขันและถูกพาตัวไปส่งโรงพยาบาลปรากฏว่ากระดูกขาซ้ายหักและข้อเท้าซ้ายเคลื่อนต้องพักรักษาตัวไปทำงานไม่ได้จนถึงวันที่ 17 ตุลาคม 2531 จึงไปทำงานได้ตามปกติคดีคงมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า การที่โจทก์ที่ 2ประสบอันตรายดังกล่าวนั้น เนื่องมาจากการทำงานให้โจทก์ที่ 1นายจ้างหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ที่ 2มีระเบียบฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคารตามเอกสารหมาย จ.4 ระบุไว้ในข้อ 3 ว่า "ข้อ 3 วัตถุประสงค์ในการแข่งขันกีฬาของธนาคารมีดังต่อไปนี้ (1) เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่การกีฬาให้แพร่หลายไปในหมู่พนักงานของธนาคารให้สนใจการเล่นกีฬามากยิ่งขึ้น อันเป็นการเพิ่มพูนสุขภาพพลานามัย ฝึกความมีระเบียบวินัย รู้แพ้รู้ชนะสมานสามัคคี และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ (2) .......... (3) เพื่อเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดของพนักงานจากการปฏิบัติงานประจำวันอันจะส่งผลให้การปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (4) เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภายในและภายนอกของธนาคาร" จากวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในระเบียบดังกล่าวย่อมเป็นที่เข้าใจและเห็นได้โดยชัดแจ้งว่า กิจกรรมดังกล่าวนั้นเป็นกิจกรรมเพื่อการสร้างสรรค์ให้งานในหน้าที่หลักเพิ่มประสิทธิภาพและเพื่อผลในการประชาสัมพันธ์หน่วยงานของโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ที่ 2 จริงอยู่ที่พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. 2509 มาตรา 9 ได้บัญญัติวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ 1 ว่า "ธนาคารมีวัตถุประสงค์ให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อส่งเสริมอาชีพหรือการดำเนินงานของเกษตรกรกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตร" แต่ก็ต้องยอมรับกันในหมู่ของผู้มีความรับผิดชอบว่ากิจกรรมตามระเบียบฉบับที่ 21 ของโจทก์ที่ 1นั้น เป็นหนทางที่จะทำให้วัตถุที่ประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 9บรรลุผลหรือทำให้วัตถุประสงค์นั้นบังเกิดผลในทางที่เพิ่มพูนมากขึ้น การกระทำหรือกิจกรรมที่เป็นวิถีทางซึ่งทำให้เป็นหมายที่กำหนดไว้บังเกิดผลนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าไม่เป็นการนอกวัตถุประสงค์แต่อย่างใด แต่เห็นว่าเป็นสิ่งที่สมควรปรับปรุงส่งเสริมให้สอดคล้องกับการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศดังที่กล่าวไว้ในคำปรารภของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103โจทก์ที่ 1 มีคำสั่งให้โจทก์ที่ 2 เป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมสำนักงานใหญ่ 1 ถูกต้องตามระเบียบฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคาร ของ 11 และในระเบียบดังกล่าวก็ระบุไว้ชัดเจนตามข้อ 20 ว่า "การแข่งขันกีฬาและการฝึกซ้อมกีฬาของพนักงานธนาคารตามข้อ 11 ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร..."ดังนั้น พนักงานของโจทก์ที่ 1 ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ประจำในตำแหน่งใด เมื่อได้รับคำสั่งให้เป็นนักกีฬาตามระเบียบดังกล่าวก็นับว่าพนักงานผู้นั้นต้องทำหน้าที่เป็นนักกีฬาของโจทก์ที่ 1 ด้วยการที่โจทก์ที่ 2 ลงแข่งขันกีฬาฟุตบอลเพื่อคัดเลือกหาทีมตัวแทนสำนักงานใหญ่ ตามคำสั่งของโจทก์ที่ 1 และได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ทำการแข่งขัน จึงเป็นการที่ลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้นายจ้างตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน และการอุทธรณ์ ในข้อ 15 แล้ว เหตุที่จำเลยอ้างในอุทธรณ์ว่าจำเลยเรียกเก็บเงินสมทบจากโจทก์ที่ 1 ไม่ได้นำการแข่งขันกีฬามาพิจารณาเพราะนอกวัตถุประสงค์ การที่ศาลแรงงานกลางให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนแก่โจทก์ที่ 2 จึงเป็นการสั่งจ่ายนอกวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนเงินทดแ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง