ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2543

ฎีกาที่ 115/2543

หลักกฎหมาย

ประกาศกรมเจ้าท่ากำหนดว่า "สารหรือสิ่งของใดจัดอยู่ในชั้นและประเภทใดให้เป็นไปตาม INTERNATIONALMARITMEDANGEROUSGOODS CODE(IMDGCODE) ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (INTERNATIONALMARITIMEORGANIZATION หรือ IMO)" ดังนั้น สิ่งของใดจะเป็นสิ่งของอันตรายบ้างนั้นก็ต้องเป็นไปตามที่ IMDGCODE กำหนดไว้ที่ประเทศไทยต้องยอมรับในฐานะที่ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล ค.ศ. 1974 (THEINTERNATIONALCONVENTIONFORTHESAFETYOFLIFEATSEA1974) เมื่อ IMDGCODE ระบุว่า ถ่านที่มาจากพืชเป็นของที่ลุกไหม้ได้โดยธรรมชาติ เพราะสามารถร้อนตัวขึ้นช้า ๆ และติดไฟได้เองในอากาศ ดังนั้นถ่านไม้โกงกางสินค้าของจำเลยที่ 1 จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งของที่อาจเกิดอันตรายได้ ตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 33 กำหนดให้ผู้ส่งของมีหน้าที่ต้องทำเครื่องหมายหรือปิดป้ายหีบห่อบรรจุตามสมควรเพื่อให้ผู้ขนส่งได้รู้ว่าเป็นของอันตราย ทั้งต้องแจ้งถึงสภาพอันตรายของสิ่งของนั้นด้วยก็โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ขนส่งได้มีโอกาสดูแลรักษาสินค้าด้วยความระมัดระวังและถูกต้องอันจะเป็นการปกป้องผู้ขนส่งและบุคคลอื่นมิให้ได้รับอันตรายหรือต้องเสียหายจากสิ่งของอันตรายดังกล่าวที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวสิ่งของนั้นเองได้ ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 มิได้ทำเครื่องหมายหรือปิดป้ายหีบห่อที่บรรจุถ่านไม้โกงกางตามสมควรเพื่อให้โจทก์ผู้ขนส่งได้รู้ว่าเป็นของอันตราย ทั้งมิได้แจ้งถึงสภาพอันตรายของถ่านไม้โกงกางให้โจทก์ทราบด้วย คงแจ้งให้โจทก์ทราบแต่เพียงว่าเป็นถ่านไม้โกงกางเช่นนี้ เมื่อถ่านไม้โกงกางเกิดติดไฟขึ้นเองในตู้สินค้าที่บรรจุหีบห่อถ่านไม้โกงกางสินค้าจำเลยที่ 1 จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สินค้าในตู้สินค้าอื่นที่โจทก์รับขนไปด้วย จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีนี้ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษารวมกันกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ก.ค. 200/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง แต่มีอุทธรณ์ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเฉพาะคดีนี้เท่านั้น คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ก.ค. 200/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2537 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการว่าจ้างโจทก์โดยผ่านตัวแทนของโจทก์ในประเทศไทยให้ขนส่งสินค้าถ่านไม้โกงกางจำนวน 687 กล่องจากประเทศไทยไปส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อที่ประเทศญี่ปุ่น โดยทางเรือเดินทะเลชื่อกูยุเมื่อเรือกูยุเดินทางมาถึงเมืองฮ่องกงได้มีการขนถ่ายสินค้าลงเรือลำเลียงเพื่อขนส่งต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น ปรากฏว่าสินค้าถ่านไม้ของจำเลยที่ 1 เกิดลุกไหม้ขึ้นจากภายในตู้สินค้าแล้วลุกลามไปไหม้ตู้สินค้าข้างเคียงได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวน 78,662.09 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยเท่ากับ 1,982,284.66 บาท จำเลยที่ 1 กระทำการโดยประมาทเลินเล่อและละเลยหน้าที่ในฐานะผู้ส่งสินค้า โดยมิได้ทำเครื่องหมายและแจ้งให้ตัวแทนของโจทก์ทราบว่า สินค้าของจำเลยที่ 1 จัดอยู่ในประเภทสินค้าอันตรายสามารถสะสมความร้อนจนลุกไหม้ขึ้นโดยตัวเองได้ ถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาต่อโจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย จึงต้องชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2537 คิดเป็นดอกเบี้ย 49,285.50 บาท รวมเป็นหนี้ถึงวันฟ้อง 2,031,570.23 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 2,031,570.23 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของเงินต้นจำนวน 1,982,284.66 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปแก่โจทก์จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะจำเลยที่ 1 ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ว่าจ้างบริษัทไลเนอร์ คลาส จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนเรือในประเทศไทยให้ขนส่งสินค้าจำพวกถ่านไม้ป่าเลน จากประเทศไทยไปส่งมอบให้แก่ผู้รับตราส่งที่ประเทศญี่ปุ่นโดยทางเรือเดินทะเลชื่อกูยุ บริษัทไลเนอร์ คลาส จำกัด รับทราบก่อนตกลงรับจ้างขนส่งแล้วว่า สินค้าพิพาทมิใช่เป็นของโดยสภาพจะก่อให้เกิดอันตรายได้เว้นแต่มีเหตุปัจจัยภายนอกโดยเอาไฟไปจุดขึ้น ในระหว่างการขนถ่ายสินค้าพิพาทถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง จำเลยที่ 1 มีหน้าที่เพียงแจ้งสภาพสินค้าและให้ผู้ขนส่งตรวจนับสินค้าก่อนบรรจุลงในตู้สินค้าเท่านั้น หากบริษัทไลเนอร์ คลาส จำกัด เห็นว่าเป็นสินค้าอันตรายก็เป็นหน้าที่ของผู้ขนส่งเองที่จะต้องปิดฉลากหรือตู้สินค้า หน้าที่ดังกล่าวมิได้มีข้อบังคับว่าเป็นของจำเลยที่ 1 นอกจากนี้บริษัทไลเนอร์ คลาส จำกัด ผู้ขนส่งไม่เคยแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ต้องกระทำการดังกล่าว ทั้งที่เคยรับจ้างขนส่งสินค้าจำพวกถ่านไม้ให้แก่จำเลยที่ 1 มาหลายครั้งแล้วก็ตาม ดังนั้น จำเลยที่ 1 จึงมิได้กระทำการโดยประมาทเลินเล่อละเลยหน้าที่ในฐานะผู้ส่งสินค้าอันถือว่าเป็นการผิดสัญญาแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดเพราะโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย และโจทก์ไม่เคยทวงถามจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,982,284.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2537 เป็นต้นไปแก่โจทก์จนกว่าจะชำระเสร็จแต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 49,285.57 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2537 จำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้ว่าจ้างโจทก์ขนส่งถ่านไม้โกงกางจำนวน687 กล่อง ที่บรรจุอยู่ในตู้สินค้าหมายเลข จีเอสทียู 8077811 ไปให้แก่ผู้ซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นโจทก์ใช้เรือเดินทะเล ชื่อ "กูยุ" บรรทุกสินค้าของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวร่วมกับตู้สินค้าอื่นออกเดินทางจากท่าเรือกรุงเทพไปถึงท่าเรือเมืองฮ่องกงในวันที่ 29 พฤษภาคม 2537 เพื่อจะขนถ่ายตู้สินค้าที่บรรจุถ่านไม้ของจำเลยที่ 1 ไปบรรทุกเรือลำอื่นเดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2537 ในระหว่างขนถ่ายได้เกิดไฟไหม้ตู้สินค้าบรรจุถ่านไม้ของจำเลยที่ 1 และลุกลามไหม้ตู้สินค้าอื่นเสียหายอีก 2 ตู้ มีสินค้าเสียหายด้วย มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า ถ่านไม้สินค้าของจำเลยที่ 1 เป็นสินค้าอันตรายหรือไม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าตามประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 353/2529เรื่องการกำหนดชั้นของสิ่งของและสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 115/2543 · ทนอย Thanoy