คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2556
ฎีกาที่ 11563/2556
หลักกฎหมาย
ในคดีที่พนักงานอัยการร้องต่อศาลให้ริบทรัพย์สินของบุคคลตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 นั้น มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า "เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องและทรัพย์สินที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้ยึดและอายัดตามมาตรา 22 เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ก็ให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินโดยจะยื่นคำร้องก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาก็ได้..." บทบัญญัตินี้มีนัยว่า ทรัพย์สินที่พนักงานอัยการร้องขอให้ริบนั้น ต้องเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในคดีที่พนักงานอัยการฟ้องบุคคลใดเป็นคดีอาญานั้น เท่านั้น เมื่อทรัพย์สินทั้ง 5 รายการ เป็นทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ชั่วคราวเพื่อทำการตรวจสอบในคดีอาญาที่ผู้คัดค้านถูกกล่าวหาว่าจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี การยึดจึงสิ้นสุดลงตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 32 และเมื่อทรัพย์สินถูกยึดไว้ชั่วคราวแล้วก่อนวันที่ 26 มกราคม 2547 อันเป็นวันที่ผู้คัดค้านกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายในคดีอาญาของศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษผู้คัดค้าน แสดงว่าทรัพย์สินทั้ง 5 รายการมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ย่อมไม่ใช่ทรัพย์สินที่ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งริบตามมาตรา 27
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 27พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 29พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 32
คำพิพากษา (บางส่วน)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ริบเงินและทรัพย์สิน รายการที่ 1, 2, 3, 4 และ 6 ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 19, 20, 21, 22, 23, 27, 29 และ 31 รถบรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ปน 8999 กรุงเทพมหานคร รายการที่ 5 ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งริบให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30, 31 ในคดีหมายเลขดำที่ ม.56/2547 หมายเลขแดงที่ ม.122/2547 แล้ว ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องและคืนทรัพย์ทั้ง 6 รายการ ให้แก่ผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ริบเงิน 210,000 บาท ซึ่งได้จากการขายทอดตลาดโค เงิน 35,000 บาท ที่ได้จากการขายทอดตลาดกระบือ โทรทัศน์สี ยี่ห้อโซนี่ ขนาด 29 นิ้ว 1 เครื่อง เครื่องเสียง ยี่ห้อโซนี่ 1 เครื่อง พร้อมลำโพง 2 ตัว และเงินฝากในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขากาฬสินธุ์ เลขที่ 130-2-41830-2 ชื่อบัญชีผู้คัดค้าน พร้อมดอกเบี้ยเงินฝากให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31 ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ริบโทรทัศน์สี ยี่ห้อโซนี่ ขนาด 29 นิ้ว 1 เครื่อง และเครื่องเสียง ยี่ห้อโซนี่ 1 เครื่อง พร้อมลำโพง 2 ตัว และให้คืนแก่ผู้คัดค้าน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันฟังยุติในชั้นนี้ว่า เดือนเมษายน 2546 เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุพรรณบุรีซึ่งได้รับข้อมูลมาว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ค้ายาเสพติดให้โทษรายใหญ่ จึงได้ขอหมายจับผู้คัดค้านไว้ ผู้คัดค้านเข้ามอบตัวโดยถูกกล่าวหาว่าจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน แต่ต่อมาพนักงานอัยการขอให้ศาลออกหมายปล่อยเนื่องจากมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้คัดค้าน หลังจากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ร่วมจับกุมผู้คัดค้านพร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 20,000 เม็ด เป็นของกลาง แล้วผู้คัดค้านถูกฟ้องต่อศาลชั้นต้นฐานมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย. 2145/2547 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษผู้คัดค้านให้จำคุกตลอดชีวิตและริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง สำหรับในเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ผู้ร้องได้ร้องเป็นคดีนี้ ปรากฏต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและกรณีมีเหตุอันสมควรสงสัยว่า ทรัพย์สินซึ่งเป็นของผู้คัดค้านเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยในระหว่างปี 2546 ถึง 2547 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้คัดค้านไว้ชั่วคราว 3 คำสั่ง คำสั่งแรก คือ คำสั่งที่ 3720/2546 ให้ยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้าน 5 รายการ ไว้ชั่วคราว ดังต่อไปนี้เงิน 40,870 บาท โทรทัศน์สี ยี่ห้อโซนี่ ขนาด 29 นิ้ว เครื่องเสียง ยี่ห้อโซนี่ 1 ชุด พร้อมลำโพง 2 ตัว โค 11 ตัว กระบือ 2 ตัว โดยคำสั่งฉบับนี้ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2546 อันเป็นเวลาก่อนวันที่ 26 มกราคม 2547 ที่ผู้คัดค้าน กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย. 2145/2547 ของศาลชั้นต้นดังกล่าวแล้ว และอีก 2 คำสั่ง คือ คำสั่งที่ 455/2547 ให้ยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้าน 1 รายการ ไว้ชั่วคราวคือ รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียนป้ายแดง ง - 6768 กรุงเทพมหานคร กับคำสั่งที่ 1078/2547 ให้อายัดชั่วคราวบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขากาฬสินธุ์ เลขที่ 130-2-41830-2 ชื่อบัญชีผู้คัดค้าน โดยคำสั่ง 2 ฉบับนี้ลงวันที่อันเป็นเวลาหลังจากวันที่ผู้คัดค้านกระทำความผิดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย. 2145/2547 ของศาลชั้นต้น ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจสอบทรัพย์สินตามคำสั่งทั้งสามฉบับที่ยึดและอายัดชั่วคราวดังกล่าวทั้งสอบเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นกับผู้คัดค้าน และคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินพิจารณาคดีตรวจสอบทรัพย์สินของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ววินิจฉัยว่า ทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้นเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยผู้คัดค้านไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่า เป็นทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือรับโอนมาโดยสุจริตและมีค่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง