คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 116/2551
หลักกฎหมาย
ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าทำการตรวจค้นจับกุมยังมิได้มีการส่งมอบกัญชาที่จะทำการซื้อขายต่อกัน ทั้งกัญชาของกลางจำนวน 84 แท่ง อยู่ในกระสอบป่าน 3 ใบ ยังไม่ไม่ได้แบ่งแยกกัญชาที่ล่อซื้อออกจากกัญชาทั้งหมด ประกอบกับผู้ล่อซื้อยังไม่ได้เห็นกัญชาของกลาง ตามพฤติการณ์ยังต้องมีขั้นตอนอีกหลายกระบวนการกว่าจำเลยจะส่งมอบกัญชาที่จะทำการซื้อขายกัน จึงยังไกลเกินกว่าที่จะรับฟังลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามจำหน่ายกัญชาได้ กรณีจึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2544 จำเลย นายสุชาติกับพวกอีกหลายคนร่วมกันมีกัญชา84 แท่ง น้ำหนัก 79.485 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายกัญชา 70 แท่ง น้ำหนักไม่ปรากฏชัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบัญชาที่มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจที่วางแผนล่อซื้อในราคาแท่งละ 7,800 บาท คิดเป็นเงิน 546,000 บาท ทั้งนี้จำเลยกับพวกได้ลงมือกระทำความผิดโดยได้มีการตกลงราคากันเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะส่งมอบกัญชากับรับเงินกัน แต่กระทำไปไม่ตลอดเนื่องจากจำเลยกับพวกรู้ตัวเสียก่อนว่าถูกเจ้าพนักงานตำรวจวางแผนล่อซื้อเพื่อจับกุม จำเลยกับพวกจึงไม่ยอมส่งมอบกัญชา 70 แท่ง ที่ตกลงซื้อขายกันให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจผู้วางแผนล่อซื้อ และจำเลยมีกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 11 นัด ซึ่งเป็นเครื่องกระสุนปืนตามกฎหมายและมีสภาพใช้ยิงได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เหตุเกิดที่ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง เจ้าพนักงานจับจำเลยกับนายสุชาติพร้อมกัญชาที่จำเลยกับพวกมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่าย กับเครื่องกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26, 75, 76, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83, 91 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก วรรคหนึ่ง วรรคสอง) 75 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก (เดิม)) 76 วรรคสอง (ที่ถูก (เดิม)) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 15 ปี ฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายกัญชา ลงโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 จำคุก 15 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง จำคุก 6 เดือน ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายกัญชา จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกกระทงละ 11 ปี 3 เดือน ส่วนฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวน ทั้งนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 22 ปี 10 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นบ้านนายสุชาติกับยึดได้กับชาของกลาง 84 แท่ง และของกลางอื่นตามบัญชีของกลางคดีอาญาแล้วจับกุมจำเลยขณะวิ่งหลบหนีเจ้าพนักงานตำรวจ ตรวจค้นตัวจำเลยพบกระสุนปืนของกลาง คดีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ คู่ความไม่อุทธรณ์ ฎีกา จึงฟังเป็นยุติ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า จำเลยร่วมกระทำความผิดในข้อหาพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ ตามฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาอ้างว่า ในการติดต่อซื้อกัญชาของกลาง การนัดหมายสถานที่ส่งมอบและการเลื่อนนัดส่งมอบกัญชาของกลางเป็นการตัดสินใจของนางศศินีหรือโอนแต่เพียงผู้เดียวจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นตัวการร่วมด้วยแต่ประการใดนั้น ประเด็นข้อนี้โจทก์มีจ่าสิบตำรวจวิวัฒและจ่าสิบตำรวจสมมาตรผู้ร่วมล่อซื้อเป็นประจักษ์พยานเบิกความในทำนองเดียวกันว่า พยานทั้งสองร่วมกับจ่าสิบตำรวจคงกระพันปลอมตัวไปเจรจาซื้อกัญชาจากนายเพรียงกับนางสคราญหรือติ้ว ต่อมานางสคราญหรือติ้วโทรศัพท์แจ้งว่าจำเลยกับนางศศินีหรือโอนมีกัญชาจะขายให้จำนวน 70 แห่ง วันที่ 21 กันยายน 2544 นายเพรียงกับนางสคราญหรือติ้วนัดให้ไปพบจำเลยกับนางศศินีหรือโอนที่บ้านของนายเพรียงกับนางสคราญหรือติ้ว วันเกิดเหตุพยานกับพวกจึงร่วมกันวางแผนล่อซื้อโดยร้อยตำรวจเอกอำนวยมอบเงินที่ใช้ล่อซื้อจำนวน 546,000 บาท ให้แก่จ่าสิบตำรวจวิวัฒจากนั้นจ่าสิบตำรวจวิวัฒ จ่าสิบตำรวจสมมาตร และจ่าสิบตำรวจคงกระพัน ไปที่บ้านของนายเพียงกับนางสคราญหรือติ้ว พบจำเลยกับนางศศินีหรือโอน นางศศินีหรือโอนแจ้งว่ามีกัญชาจำนวน 70 แท่ง พร้อมจะส่งมอบโดยจะขายราคาแท่งละ 7,800 บาท และสอบถามเงินค่ากัญชา จ่าสิบตำรวจวิวัฒพาจำเลยกับนางศศินีหรือโอนไปที่รถจำเงินที่ใช้ล่อซ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง