คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2557
ฎีกาที่ 11628/2557
หลักกฎหมาย
จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องแบ่งที่ดินมรดกให้แก่โจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม แต่จำเลยที่ 1 แบ่งที่ดินให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยมิได้แบ่งที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสี่ จำเลยที่ 1 จึงกระทำผิดหน้าที่ในการจัดการทรัพย์มรดก โดยปราศจากความยินยอมของทายาททุกคนจึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ทั้งสี่ เมื่อจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกยังมิได้ดำเนินการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนตามสิทธิของทายาทตามที่กฎหมายกำหนดไว้ต้องถือว่าการจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนที่ดินพิพาทดังกล่าวมาจากจำเลยที่ 1 จึงถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาทอื่นทั้งหมด โจทก์ทั้งสี่ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งที่ดินพิพาทได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1748 วรรคหนึ่ง กรณีมิอาจนำอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคท้ายมาใช้บังคับได้ เพราะมาตราดังกล่าวจะใช้บังคับต่อเมื่อการจัดการทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 18944 ตำบลบางขุนเทียน (วัดราชโอรส) อำเภอจอมทอง กรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2544 ระหว่างจำเลยทั้งสาม เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 3032, 3033 และ 66486 ตำบลบางขุนเทียน อำเภอจอมทอง กรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2544 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 3028, 3029, 3030, 3031 และ66487 ตำบลบางขุนเทียน อำเภอจอมทอง กรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2544 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 3 เพิกถอนคำขอโอนมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 18944 ตำบลบางขุนเทียน (วัดราชโอรส) อำเภอจอมทอง กรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2524 กลับคืนเป็นทรัพย์มรดกของนายนารถ เพิกถอนคำขอโอนมรดกที่ดินเฉพาะส่วนโฉนดเลขที่ 1943 ตำบลบางขุนเทียน อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2524 กลับคืนเป็นทรัพย์มรดกของนายนารถ เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 3782 ตำบลบางบอน อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 24 ธันวาคม 2524 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 3 เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 60208 ตำบลบางบอน อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2526 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 แบ่งปันที่ดินมรดกโฉนดเลขที่ 18944 ตำบลบางขุนเทียน (วัดราชโอรส) อำเภอจอมทอง กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ 1 ใน 8 ส่วน เป็นเนื้อที่ 140 ตารางวา แบ่งปันที่ดินมรดกโฉนดเลขที่ 3782 ตำบลบางบอน อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ 1 ใน 8 ส่วน เป็นเนื้อที่ 1,572 ตารางวา แบ่งปันที่ดินโฉนดเลขที่ 66486 และ 66487 ตำบลบางปะทุน อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ 1 ใน 8 ส่วนเป็นเนื้อที่ 16.5 ตารางวา หากจำเลยที่ 1 ไม่อาจแบ่งปันที่ดินทรัพย์มรดกให้โจทก์ทั้งสี่นำที่ดินทรัพย์มรดกทั้งสามแปลงที่ยังคงเหลืออยู่ออกขายทอดตลาด แล้วนำเงินไปแบ่งปันให้โจทก์ทั้งสี่ 1 ใน 8 ส่วน จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางนารถ แบ่งปันที่ดินมรดกโฉนดเลขที่ 60207 ตำบลบางขุนเทียน อำเภอบางบอน กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ 1 ใน 8 ส่วน หากจำเลยที่ 1 ไม่อาจแบ่งปันที่ดินทรัพย์มรดกให้โจทก์ทั้งสี่ได้ ให้นำที่ดินทรัพย์มรดกดังกล่าวออกขายทอดตลาด แล้วนำเงินไปแบ่งปันให้โจทก์ทั้งสี่ 1 ใน 8 ส่วน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายนารถ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 18944 ตำบลบางขุนเทียน (วัดราชโอรส) อำเภอจอมทอง กรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2544 ระหว่างจำเลยทั้งสาม เพิกถอนคำขอโอนมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 18944 ฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2524 เพิกถอนคำขอโอนมรดกที่ดินเฉพาะส่วนโฉนดเลขที่ 1943 ฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2524 ของจำเลยที่ 1 เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 3032, 3033 และ 66486 ฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2544 ระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 3028, 3029, 3030, 3031 ฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2544 ระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายนารถ เสียงสืบชาติ แบ่งปันที่ดินโฉนดเลขที่ 18944, 3027, 3028, 3029, 3030, 3031, 3032, 3033 และโฉนดเลขที่ 1943, 66486 และ 66487 ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ 1 ใน 8 ส่วน หากจำเลยที่ 3 ไม่อาจแบ่งปันที่ดินทรัพย์มรดกให้โจทก์ทั้งสี่ได้ ให้นำที่ดินทรัพย์มรดกดังกล่าวออกขายทอดตลาด แล้วนำเงินไปแบ่งปันให้โจทก์ทั้งสี่ 1 ใน 8 ส่วน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 3 และโจทก์ที่ 4 ขอถอนฎีกา จำเลยทั้งสามไม่คัดค้าน ศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 3 และโจทก์ที่ 4 ถอนฎีกาได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรของนายนิพนธ์กับนางอารี นายนิพนธ์เป็นบุตรของนายนารถกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายนารถ มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ นายนิพนธ์บิดาโจทก์ทั้งสี่ จำเลยที่ 2 และ จำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2515 นายนิพนธ์ถึงแก่ความตาย ต่อมาวันที่ 26 ธันวาคม 2522 นายนารถถึงแก่ความตาย ที่ดินโฉนดเลขที่ 3782 เป็นมรดกของนายนารถ จำเลยที่ 1 ได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 3782 เป็นแปลงย่อยจากแปลงเดิมอีก 2 แปลง คือที่ดินโฉนดเลขที่ 60207 และ 60208 วันที่ 24 ธันวาคม 2524 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายนารถจดทะเบียน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง