คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2530
ฎีกาที่ 1173/2530
หลักกฎหมาย
ฎีกาที่ว่าศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงว่ามีการปลดหนี้ให้แก่จำเลยเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อมิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์เพิ่งจะยกขึ้นในชั้นฎีกา ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 ประกอบกับมาตรา 225 แม้ฎีกาข้อนี้จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่าไม่สมควรรับวินิจฉัยให้ ฎีกาที่ว่าศาลชั้นต้นมิได้หยิบยกคำเบิกความของพยานจำเลยปากมาวินิจฉัย เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมายนั้นเป็นฎีกาโต้เถียง ดุลพินิจ ในการวินิจฉัยชั่ง น้ำหนักพยานหลักฐานของศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 22.
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 195ป.วิ.อ. 225พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503 4พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 22
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธต่อมาโจทก์ถอนฟ้องสำหรับคดีจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ศาลชั้นต้นอนุญาตและพิจารณาเฉพาะคดีของจำเลยที่ 4 ต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 4 โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นมิได้หยิบยกคำเบิกความของพยานจำเลย2 ปากมาประกอบการวินิจฉัย เป็นการมิชอบด้วยการชั่งน้ำหนักคำพยาน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ที่แก้ไขแล้วพิพากษาให้ยกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัย่า "ตามฎีกาข้อแรกของโจทก์ที่ว่า ศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงว่ามีการปลดหนี้ให้แก่จำเลยที่ 4 เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ฎีกาข้อนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลอุทธรณ์ เพิ่งจะยกขึ้นในชั้นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 ประกอบกับมาตรา 225 ฎีกาข้อนี้แม้จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่าไม่สมควรรับวินิจฉัยให้ ส่วนฎีกาข้อสองของโจทก์ที่ว่า ศาลชั้นต้นมิได้หยิบยกคำเบิกความของพยานจำเลยบางปากมาวินิจฉัยเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมายอันเป็นปัญหาข้อกฎหมายมิใช่ปัญหาข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้น เห็นว่าการโต้เถียงดุลพินิจในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของศาลเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. 2499 มาตรา 22 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง