คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538
ฎีกาที่ 1198/2538
หลักกฎหมาย
ตามฟ้องและคำให้การมีประเด็นข้อพิพาทว่าทางพิพาททั้งหกสายเป็นทางสาธารณะหรือไม่และในชั้นอุทธรณ์โจทก์อุทธรณ์แต่เพียงว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะไม่มีประเด็นวินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นสมประโยชน์แก่จำเลยแล้วจำเลยจึงไม่อาจยกประเด็นนี้ขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้อีก
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ ทั้ง หก ฟ้อง ว่า จำเลย ที่ 1 เป็น นิติบุคคล ส่วนราชการมี พลตรี จำลอง ศรีเมือง เป็น ผู้ว่าราชการ และ เป็น ผู้บังคับบัญชา ของ จำเลย ที่ 3 จำเลย ที่ 2 เป็น สำนักงาน เขต ขึ้น ตรง ต่อ จำเลย ที่ 1โดย มี จำเลย ที่ 3 เป็น ผู้อำนวยการ เขต มีอำนาจ หน้าที่ จัด ให้ เป็น ไป ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522และ ปฏิบัติ ราชการ แทน ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร บริษัท อรรถพร จำกัด ได้ ซื้อ ที่ดิน โฉนด เลขที่ 1915 แล้ว ได้ แบ่งแยก โฉนด ที่ดิน ดังกล่าวออก เป็น แปลง ๆ ปลูก ตึก ขาย ให้ แก่ ประชาชน รวม 20 โฉนด ตั้งแต่โฉนด เลขที่ 16269 ถึง 16288 ที่ดิน ที่ เหลือ อยู่ ตาม โฉนด เดิมเลขที่ 1915 ได้ ขาย ที่ดิน ที่ เหลือ อยู่ ดังกล่าว ให้ แก่ จำเลย ที่ 4ส่วน โจทก์ ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ได้ ซื้อ ที่ดิน โฉนด เลขที่ 16281,16282, 16283, 16286 พร้อม ตึกแถว บน ที่ดิน เลขที่ 132/19, 132/18,132/17 และ 132/4 ตามลำดับ โจทก์ ที่ 4 ได้ ซื้อ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 16284, 16285 พร้อม ตึกแถว บน ที่ดิน เลขที่ 132/16, 132/14และ โจทก์ ที่ 6 กับ นาง ฮามินตะโก ได้ ซื้อ ที่ดิน โฉนด เลขที่ 16287,16288 พร้อม ตึกแถว บน ที่ดิน เลขที่ 132/12-13 โจทก์ ทั้ง หก ได้ ใช้ตึกแถว ดังกล่าว ประกอบการค้า โดย บริษัท อรรถพร จำกัด ให้ สัญญา ต่อ โจทก์ ทั้ง หก และ ประชาชน ผู้ซื้อ ที่ดิน พร้อม ตึกแถว ว่า จะ ให้ ใช้ทาง คมนาคม รวม 3 สาย สาย ที่ 1 กว้าง 4.70 เมตร ยาว 24 เมตรสาย ที่ 2 กว้าง 5.30 เมตร ยาว 37.50 เมตร สาย ที่ 3 กว้าง 2 เมตรยาว 37.50 เมตร โจทก์ ทั้ง หก จึง ได้ ตกลง ซื้อ ที่ดิน พร้อม ตึกแถวที่ ว่า นั้น ดังนั้น แนว ทาง เหล่านี้ จึง มี สภาพ เป็น สาธารณะ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522แต่ หลังจาก จำเลย ที่ 4 ได้ ซื้อ ที่ดิน แล้ว จำเลย ที่ 4 ได้ ทำการก่อสร้าง สถาน ประกอบการค้า ขึ้น ให้ ประชาชน เช่า ทำการ ค้า และ ยินยอมให้ โจทก์ ทั้ง หก ใช้ สัญจร เข้า ออก ตาม ทาง สาย ที่ 1 ถึง ที่ 3 และ ยินยอมให้ โจทก์ ทั้ง หก และ ประชาชน ทั่วไป สัญจร เข้า ออก ใน ทาง อีก 3 สาย คือทาง สาย ที่ 4 ถึง ที่ 6 จน กระทั่ง ปัจจุบัน ทาง สาย ที่ 4 ถึง ที่ 6จึง เป็น ทาง ที่ มี สภาพ เป็น สาธารณะ เช่นเดียวกัน ต่อมา จำเลย ที่ 4ได้ ยื่น คำขอ รับ ใบอนุญาต ก่อสร้าง อาคาร ต่อ จำเลย ที่ 2 ที่ 3 พร้อม กับเสนอ ผัง บริเวณ แบบแปลน รายการ ประกอบ แบบแปลน และ รายการ คำนวณเลขที่ 060/2531 ให้ จำเลย ที่ 2 ที่ 3 พิจารณา และ ด้วย ความประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรง ของ เจ้าหน้าที่ ของ จำเลย ที่ 2 และ จำเลย ที่ 3ใน การ ปฏิบัติ ตาม ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุม การ ก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 และ ด้วย ความประมาท เลินเล่อ ของ จำเลย ที่ 1 ที่ จะ ต้องควบคุม การ ทำงาน ของ จำเลย ที่ 2 ที่ 3 ใน การ ปฏิบัติการ ให้ เป็น ไป ตามกฎหมาย จำเลย ที่ 3 ออก ใบอนุญาต ก่อสร้าง อาคาร ดัดแปลง อาคาร หรือรื้อถอน อาคาร ตาม แบบ อ.1 อาคาร ประเภท ควบคุม การ ใช้ เลขที่ 060/2531ใน ฐานะ ผู้อำนวยการ เขต จำเลย ที่ 2 ปฏิบัติ ราชการ แทน จำเลย ที่ 1และ เจ้าพนักงาน ท้องถิ่น อนุญาต ให้ จำเลย ที่ 4 ก่อสร้าง อาคาร ชนิด ตึกแถว3 ชั้น จำนวน 9 ห้อง เพื่อ ใช้ เป็น อาคารพาณิชย์ และ อาศัย ตาม แผนผังบริเวณ ฯ ที่ จำเลย ที่ 4 ยื่น ขออนุญาต ดังกล่าว จำเลย ที่ 3 ทราบ ดี ว่าอาคาร ที่ ก่อสร้าง จะ ทับ ลง บน ทาง หรือ แนว ทาง ที่ มี สภาพ เป็น สาธารณะแต่ จำเลย ที่ 2 ที่ 3 ยัง จงใจ ออก ใบอนุญาต ให้ แก่ จำเลย ที่ 4 โดย ไม่ชอบด้วย กฎหมาย และ จำเลย ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ได้ สมคบ กับ เจ้าหน้าที่ของ จำเลย ที่ 1 ใช้ กลอุบาย หลอกลวง โจทก์ ทั้ง หก พร้อม ผู้ อยู่อาศัยใน ตึกแถว บริเวณ เดียว กัน ไป พบ จำเลย ที่ 4 ที่ ศาลา ว่าการ กรุงเทพมหานครของ จำเลย ที่ 1 การ พูดจา หว่า นล้อม ของ เจ้าหน้าที่ ประกอบ กับ การ ไม่รู้กฎหมาย ของ โจทก์ ทั้ง หก ทำให้ โจทก์ ทั้ง หก ทำ หนังสือ ประนีประนอม ยอมความกับ จำเลย ที่ 4 เพื่อ ให้ ใบอนุญาต ก่อสร้าง อาคาร ที่ 060/2531 ของจำเลย ที่ 3 มีผล ใช้ บังคับ ต่อไป และ อาศัย เหตุ แห่ง สัญญา ประนีประนอมยอมความ จำเลย ที่ 3 ได้ มี หนังสือ ถึง โจทก์ ทั้ง หก ยืนยัน ว่า ใบอนุญาต ที่060/2531 ของ จำเลย ที่ 2 ไม่ ขัด ต่อ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 หลังจาก นั้น จำเลย ที่ 4ได้ ปรับปรุง ที่ดิน เพื่อ ก่อสร้าง ตึกแถว ทั้ง 9 ห้อง ปิด กั้น ขัดขวางเพื่อ ให้การ ใช้ ทาง ที่ มี สภาพ เป็น ทางสาธารณะ ทั้ง หก สาย ไม่ สะดวก ขอให้บังคับ จำเลย ที่ 4 ระงับ การกระทำ อันเป็น การ รบกวน ขัดขวาง หรือกระทำ ด้วย ประการใด ๆ อันเป็น การ ใช้ สิทธิ โดย ไม่สุจริต โดย ให้ นำสิ่ง กีดขวาง ทุก ชนิด ออกจาก แนว ทาง ที่ มี สภาพ เป็น สาธ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง