ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555

ฎีกาที่ 12054/2555

หลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ยกฟ้องข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยเฉพาะข้อหาที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน จึงต้องถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลยในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนแล้ว ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจำเลยในข้อหาดังกล่าวเป็นไม่รอการลงโทษ และลงโทษปรับด้วย จึงเป็นการไม่ชอบเพราะเป็นการเพิ่มโทษจำเลย อันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 91 และบวกโทษจำคุกจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3366/2548 ของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด เข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ปฏิเสธข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนข้อหาและคำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อีกกระทงหนึ่ง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 12 ปี และปรับ 650,000 บาท เมื่อรวมโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนแล้ว เป็นจำคุก 12 ปี 3 เดือน และปรับ 655,000 บาท ไม่รอการลงโทษแก่จำเลย บวกโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3366/2548 ของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด เข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุก 13 ปี 9 เดือน และปรับ 655,000 บาท หากกักขังแทนค่าปรับให้มีระยะเวลาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยกับนางสาวบุญน้อม ซึ่งเป็นภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของจำเลย พร้อมกับยึดได้เมทแอมเฟตามีน 416 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 9.554 กรัม จากนางสาวบุญน้อมซึ่งนั่งมาในรถยนต์โดยสารด้วยกันเป็นของกลาง โดยกล่าวหาว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน นางสาวบุญน้อมให้การรับสารภาพและศาลได้พิพากษาลงโทษไปแล้ว ส่วนจำเลยให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน แต่ให้การปฏิเสธในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย สำหรับความผิดฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพนั้น คดียุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยกระทำผิดจริงแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยร่วมกับนางสาวบุญน้อมกระทำผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาหรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อน เหตุที่มีการตรวจค้นรถยนต์โดยสารประจำทางและจับกุมจำเลยกับนางสาวบุญน้อมได้ก็เนื่องจากก่อนหน้านี้พยานได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีชายหญิงคู่หนึ่งลักลอบขนเมทแอมเฟตามีนจากอำเภอแม่สายไปยังกรุงเทพมหานคร โดยนั่งมากับรถยนต์โดยสารประจำทาง ต่อมาพยานโจทก์ทั้งสองก็พบจำเลยกับนางสาวบุญน้อมนั่งคู่กันมาบนรถโดยสารประจำทางสายแม่สอด - กรุงเทพมหานคร ครั้นเมื่อพยานทั้งสองตรวจค้นจำเลยกับนางสาวบุญน้อมก็แสดงอาการพิรุธมือสั่น และจำเลยตอบคำถามวกวน ทั้งผลการตรวจค้นก็พบเมทแอมเฟตามีน 416 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านหน้าล่างข้างขวาที่นางสาวบุญน้อมสวมใส่อยู่ตรงตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับ คำของพยานโจทก์ทั้งสองจึงมีน้ำหนักน่ารับฟัง นอกจากนี้โจทก์ยังมีพันตำรวจโทสุวสันต์ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในคดีนี้ร่วมกับร้อยตำรวจตรีธวัชชัย เบิกความว่า ในชั้นสอบสวนพยานได้สอบปากคำนางสาวบุญน้อมให้การรับว่าได้อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยซึ่งทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่ที่บริษัทเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน นางสาวบุญน้อมเคยไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจากคนเคยรู้จักที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก จำนวน 180 เม็ด โดยได้นำเอาไปเสพเองบ้าง ขายให้แก่คนขับรถและเด็กประจำรถยนต์โดยสารประจำทางที่ทำงานบริษัทเดียวกันบ้าง และแบ่งให้จำเลยซึ่งเป็นสามีเสพบ้างจนหมด ต่อมาก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ นางสาวบุญน้อมก็ได้ติดต่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากผู้ขายคนเดิมอีก โดยร่วมกับผู้มีชื่อซื้อเป็นเงิน 26,000 บาท และได้โอนเงินไปให้ผู้ขายแล้ว นางสาวบุญน้อมจึงชักชวนจำเลยไปเที่ยวอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากนั้นได้พากันเข้าพักโรงแรม แล้วนางสาวบุญน้อมได้ออกไปรับเมทแอมเฟตามีนจากผู้ขายและกลับมาพักที่โรงแรม ครั้นวันรุ่งขึ้นนางสาวบุญน้อมกับจำเลยได้ออกไปเที่ยวที่ตลาดริมเมย และในค่ำวันเดียวกันจึงขึ้นรถ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12054/2555 · ทนอย Thanoy