คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2547
ฎีกาที่ 12488/2547
หลักกฎหมาย
ตามมาตรา 7, 12, 17, 30 และ 33 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ผู้ที่เป็นเจ้าของป้ายมีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายเป็นรายปีตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยผู้เป็นเจ้าของป้ายต้องยื่นแบบแสดงรายการต่อราชการส่วนท้องถิ่นภายในเดือนมีนาคมของปี ตามแบบและวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบแสดงรายการแล้วจะทำการประเมินภาษีป้ายแล้วแจ้งการประเมินไปยังเจ้าของป้าย หากเจ้าของป้ายผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อุทธรณ์ทราบ ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวโดยฟ้องคดีต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หากผู้อุทธรณ์ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าวผู้อุทธรณ์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล โจทก์ทำสัญญาให้สิทธิและดูแลบำรุงรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทาง รวม 250 หลัง แก่จำเลย โจทก์บอกเลิกสัญญาดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2543 เป็นผลให้บรรดาวัสดุก่อสร้างและสิ่งก่อสร้างที่ดำเนินการแล้วรวมทั้งป้ายโฆษณาที่ติดตั้งไว้ที่ศาลาที่พักผู้โดยสารดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามสัญญา โจทก์จึงเป็นเจ้าของป้ายทั้งหมดนับแต่วันที่บอกเลิกสัญญาดังกล่าว เมื่อจำเลยมิได้เป็นเจ้าของป้ายพิพาทในปี 2544 จำเลยจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีป้ายในปีภาษี 2544 แม้จำเลยจะยื่นแบบแสดงรายการไว้ต่อเจ้าพนักงานของโจทก์ก็ตาม การที่เจ้าพนักงานของโจทก์ประเมินให้จำเลยเสียภาษีป้ายสำหรับป้ายโฆษณาดังกล่าวในปีภาษี 2544 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานของโจทก์ แต่คำสั่งของเจ้าพนักงานของโจทก์ที่สั่งให้จำเลยชำระภาษีป้ายตามการประเมินไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีผลให้จำเลยต้องชำระภาษีป้ายจำนวนตามฟ้อง และจำเลยสามารถยกขึ้นต่อสู้ได้ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานเป็นการไม่ชอบได้
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 7พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 12พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 17พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 30พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 33
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีป้ายพร้อมเงินเพิ่มคิดถึงวันฟ้องจำนวน 179,814 บาท พร้อมเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีป้ายจำนวน 140,300 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มตามที่โจทก์ขอ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติว่า โจทก์ได้ทำสัญญาให้สิทธิและดูแลบำรุงรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางเขตพื้นที่กลุ่มบูรพาและเจ้าพระยาจำนวน 250 หลัง แก่จำเลย ตามสัญญาเลขที่ 24/2541 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2541 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2543 โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาดังกล่าวแก่จำเลย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2544 และ 30 มีนาคม 2544 จำเลยได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป. 1) ประจำปี 2544 ที่เขตสวนหลวงและเขตบางกะปิ พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ประเมินภาษีป้ายและแจ้งการประเมินให้จำเลยทราบเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2544 และ 24 เมษายน 2544 คิดเป็นภาษีป้ายที่สำนักงานเขตสวนหลวงจำนวน 11,500 บาท ภาษีป้ายที่สำนักงานเขตบางกะปิ จำนวน 128,800 บาท จำเลยมิได้โต้แย้งการประเมินหรือขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2544 โจทก์ได้ทำสัญญาให้สิทธิและดูแลบำรุงรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 250 หลัง แก่บริษัทเจซีเดอโก (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเจซีเดอโก (ประเทศไทย) จำกัด ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป. 1) ประจำปี 2544 ที่สำนักงานเขตสวนหลวงเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ประเมินและแจ้งการประเมินไปยังบริษัทเจซีเดอโก (ประเทศไทย) จำกัด แล้ว บริษัทเจซีเดอโก (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชำระค่าภาษีป้ายที่สำนักงานเขตสวนหลวงแล้ว จำนวน 9,641 บาท บริษัทเจซีเดอโก (ประเทศไทย) จำกัด ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป. 1) ประจำปี 2544 ที่สำนักงานเขตบางกะปิ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2544 พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ประเมินภาษีป้ายจำนวน 2 งวด และแจ้งการประเมินไปยังบริษัทเจซีเดอโก (ประเทศไทย) จำกัด แล้ว บริษัทเจซีเดอโก (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชำระค่าภาษีป้ายตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ประเมินแล้วจำนวน 70,862 บาท คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยจะต้องรับผิดชำระค่าภาษีป้ายตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด พ.ร.บ. ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ให้เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีป้ายโดยเสียเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรกให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงวันสิ้นปีและให้คิดภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละสามเดือนของปี โดยเริ่มเสียภาษีป้ายตั้งแต่งวดที่ติดตั้งป้ายจนถึงงวดสุดท้ายของปี ทั้งนี้ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัตินี้" มาตรา 12 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ให้เจ้าของป้ายซึ่งจะต้องเสียภาษีป้าย ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายตามแบบและวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดภายในเดือนมีนาคมของปี" มาตรา 17 บัญญัติว่า "ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีป้ายตามหลักเกณฑ์การคำนวณภาษีป้ายที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีป้าย (6) และ (7) ท้ายพระราชบัญญัตินี้และตามอัตราภาษีป้ายที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้วแจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังเจ้าของป้าย" มาตรา 30 วรรคหนึ่งและวรรคสอง บัญญัติว่า "ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายที่ได้รับแจ้งการประเมินภาษีป้ายแล้วเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง มีสิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด" มาตรา 33 บัญญัติว่า "ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายโดยฟ้องเป็นคดีต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการยกอุทธรณ์ตามมาตรา 31 วรรคสอง การฟ้องคดีตามวรรคหนึ่งจะกระทำได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 30 แล้ว" บทบัญญัติดังกล่าวหมายความว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของป้ายมีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายเป็นรายปีตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยผู้เป็นเจ้าของป้ายต้องยื่นแบบแสดงรายการต่อราชการส่วนท้องถิ่นภายในเดือนมีนาคมของปีตามแบบและวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบแสดงรายการแล้ว จะทำการประเมินภาษีป้ายตามหลักเกณฑ์วิธีการและอัตราภาษีป้ายตามบัญชีอัตราภาษีป้ายแล้วแจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังเจ้าของป้าย หากเจ้าของป้ายผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายได้รับแจ้งการประเมินภาษีป้ายแล้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง