ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2547

ฎีกาที่ 12523/2547

หลักกฎหมาย

หนังสือมอบอำนาจที่โจทก์มอบอำนาจให้ ด. ฟ้องคดีระบุว่า ให้เป็นผู้มีอำนาจฟ้องร้องและดำเนินคดีแพ่งกับจำเลย รวมทั้งแต่งทนายความถอนฟ้อง ประนีประนอมยอมความ ใช้สิทธิหรือสละสิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกา ผู้รับมอบอำนาจจึงเป็นตัวแทนโจทก์ในการดำเนินคดีฟ้องจำเลยในคดีเกี่ยวกับทางจำเป็นเท่านั้น การที่ผู้รับมอบอำนาจได้แถลงต่อศาลตกลงจะขายที่ดินของโจทก์ให้แก่จำเลย จึงเป็นการกระทำนอกเหนือขอบอำนาจของโจทก์ ย่อมไม่ผูกพันตัวการ แต่หลังจากผู้รับมอบอำนาจกับจำเลยได้ตกลงจะซื้อที่ดินกันแล้ว โจทก์ได้ดำเนินการให้ผู้อาศัยในที่ดินของโจทก์ออกจากที่ดินหมดสิ้นตามเงื่อนไขที่ผู้รับมอบอำนาจและจำเลยตกลงกัน ถือได้ว่าโจทก์ได้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมที่ผู้รับมอบอำนาจได้กระทำนอกเหนือขอบอำนาจแล้วตาม ป.พ.พ. มาตรา 823 โจทก์จึงต้องผูกพันตามนิติกรรมนั้นด้วย การที่โจทก์ยินยอมจ่ายค่ารื้อถอนให้ผู้อาศัยในที่ดินเป็นการกระทำเพื่อมิให้โจทก์ผิดข้อตกลงกับจำเลย ค่ารื้อถอนที่โจทก์จ่ายไปจึงเป็นค่าเสียหายโดยตรงที่โจทก์ได้รับจากการที่จำเลยผิดข้อตกลงไม่มาทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับโจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายส่วนนี้ให้แก่โจทก์

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายเดชา ดำเนินคดีนี้แทน โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5 ตำบลประเวศ (คลองประเวศฝั่งใต้) อำเภอพระโขนง จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แขวงเมืองนครเขื่อนขันธ์) จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2 ตำบลสวนหลวง (คลองประเวศฝั่งใต้) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร ที่ดินของโจทก์ถูกปิดล้อมไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ โจทก์จึงขอใช้ที่ดินของจำเลยดังกล่าวบางส่วนเพื่อเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะแต่จำเลยไม่ยินยอมโจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางจำเป็นตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 855/2539 ของศาลชั้นต้น ในระหว่างการพิจารณาคดี ศาลได้ทำการไกล่เกลี่ย โดยจำเลยตกลงจะซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 5 จากโจทก์ โฉนดเลขที่ 103966 และเลขที่ 103967 ตำบลประเวศ อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานครจากนาวาอากาศเอกบรรเจิดและนายกิติวุฒ ในราคารวม 25,000,000 บาท จำเลยตกลงชำระเงินจำนวน 10,000,000 บาท ในวันจดทะเบียนโอน ส่วนที่เหลือจำเลยตกลงยืมเงินโจทก์ นาวาอากาศเอกบรรเจิดและนายกิตติวุฒิรวม 15,000,000 บาท โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวไว้เป็นประกันและจะชำระเงินคืนโดยผ่อนชำระ โจทก์ตกลงดำเนินการให้ผู้อยู่อาศัยบนที่ดินซื้อขายออกจากที่ดินดังกล่าวภายใน 4 เดือน หากโจทก์ดำเนินการดังกล่าวแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงจำเลยยอมให้ปรับ 300,000 บาท ต่อมาโจทก์ดำเนินการให้ผู้อยู่อาศัยบนที่ดินที่ซื้อขายออกไปจนหมด เสียค่ารื้อถอนและขนย้ายเป็นเงิน 290,000 บาท แต่จำเลยไม่ทำสัญญาซื้อขายที่ดินตามที่ตกลงและไม่ยอมชำระค่าปรับเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่ารื้อถอนและขนย้าย 290,000 บาท ค่าปรับ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 9,062 บาท และ 9,375 บาท ตามลำดับ รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 608,437 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ 608,437 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 590,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 290,000 บาท และ 300,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายและค่าปรับแก่โจทก์รวม 470,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นตามคดีหมายเลขดำที่ 855/2539 โดยโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5 ตำบลประเวศ (คลองประเวศฝั่งใต้) อำเภอพระโขนง จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แขวงเมืองนครเขื่อนขันธ์) ซึ่งถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอให้จำเลยเปิดทางจำเป็นผ่านที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 2 ตำบลสวนหลวง (คลองประเวศฝั่งใต้) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร ออกสู่ทางสาธารณะในการพิจารณานัดสืบพยานโจทก์ในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2540 ผู้รับมอบอำนาจโจทก์และจำเลยได้แถลงต่อศาล โดยศาลได้จดบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาว่า จำเลยตกลงจะซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 5 จากโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 103966 จากนาวาเอกบรรเจิด และจะซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 103967 จากนายกิติวุฒิ ในราคารวม 25,000,000 บาท โดยจะวางมัดจำซื้อขายจำนวน 10,000,000 บาท ในวันจดทะเบียนโอน ส่วนที่เหลือจำเลยจะกู้ยืมเงินคนทั้งสามซึ่งเป็นฝ่ายขายที่ดินพร้อมทั้งจดทะเบียนจำนองที่ดินทั้งสามแปลงให้ไว้แก่ผู้ขายเป็นเงินจำนอง 15,000,000 บาท เงินจำนวน 15,000,000 บาทนี้ ทางจำเลยจะแบ่งชำระให้ผู้ขายเป็น 4 งวด ทุก 6 เดือน... แต่ก่อนที่ทำการซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าวโจทก์จะต้องดำเนินการให้ผู้อาศัยในที่ดินของฝ่ายผู้จะขายรวมทั้งบริวารออกจากที่ดินที่จะขายทั้งหมดก่อนที่จะทำการซื้อขาย ในกรณีที่ฝ่ายผู้ขายไม่สามารถตกลงให้ผู้อาศัยในที่ดินออกให้หมดสิ้นไป ถือว่าข้อตกลงนี้ยกเลิกกัน ฝ่ายผู้จะขายจะดำเนินการให้ผู้อาศัยออกให้เสร็จสิ้นภายใน 4 เดือน และฝ่ายจำเลยจะทำสัญญาซื้อขายกับผู้จะขายภายใน 4 เดือน เช่นกัน หากโจทก์ดำเนินการให้ผู้อาศัยในที่ดินออกแล้ว จำเลยไม่ยินยอมจะซื้อ จำเลยยินยอมจะชำระค่าปรับให้โจทก์เป็นเงิน 300,000 บาท... ศาลจึงเลื่อนนัดสืบพยานโจทก์ไปในวันที่ 19 ธันวาคม 2540 ตามรายงานกระบวนพิจารณาต่อมาโจทก์ได้ดำเนินการให้ผู้อาศัยในที่ดินโจทก์ออกจากที่ดินโจทก์ แต่จำเลยไม่มาตกลงทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและวางมัดจำกับโจทก์ตามข้อตกลง โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ขอให้ชำระค่าเสียหายและค่าปรับ คดีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า นายเดชา ในฐานะผู้รับมอบอำนาจโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 855/2539 ของศาลชั้นต้นมีอำ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12523/2547 · ทนอย Thanoy