ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555

ฎีกาที่ 12557/2555

หลักกฎหมาย

การกระทำความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 354 จะต้องได้ความว่า ผู้กระทำผิดได้กระทำในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนมาด้วย เป็นเพียงประโยคประกอบซึ่งโจทก์ขยายความออกไปตามความเข้าใจของโจทก์ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดว่า จำเลยกระทำในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนอย่างไร การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 354 แม้จำเลยมิได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขให้ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354, 83 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน จำนวน 2,834,931.72 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัททรายทองสินธานี จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354 เป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ข้อหาตามคำฟ้อง ข้อ ค. เป็นความผิดตามมาตรา 354 ประกอบมาตรา 352 จำคุก 2 ปี ข้อหาตามคำฟ้อง ข้อ ง. เป็นความผิดตามมาตรา 354 ประกอบมาตรา 352 จำคุก 2 ปี ข้อหาตามคำฟ้อง ข้อ จ. เป็นความผิดตามมาตรา 354 ประกอบมาตรา 353 จำคุก 6 เดือน ข้อหาตามคำฟ้อง ข้อ ฉ. เป็นความผิดตามมาตรา 354 ประกอบมาตรา 352 จำคุก 1 ปี รวมลงโทษจำเลย 4 กระทง จำคุก 5 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เฉพาะข้อหาที่ศาลลงโทษ แต่ข้อหาตามคำฟ้องข้อ ฉ. โจทก์บรรยายฟ้องไว้ในข้อ จ. แล้วว่าได้รับเงินคืนจากจำเลยแล้ว จึงคงให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ส่วนที่เหลือ รวมจำนวน 518,599.86 บาท ยกฟ้องคำฟ้อง ข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ช. คำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สำหรับคำฟ้องข้อดังกล่าวให้ยก โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก, 353 ประกอบมาตรา 354 ตามคำฟ้อง ข้อ ก. ฐานเป็นผู้จัดการทรัพย์สินยักยอกทรัพย์ จำคุก 1 ปี ตามคำฟ้อง ข้อ ข. ฐานเป็นผู้จัดการทรัพย์สินยักยอกทรัพย์ จำคุก 1 ปี ตามคำฟ้องข้อ ค. ฐานเป็นผู้จัดการทรัพย์สินยักยอกทรัพย์ จำคุก 1 ปี ตามคำฟ้อง ข้อ ง. จำคุก 1 ปี ตามคำฟ้องข้อ ช. จำคุก 1 ปี เมื่อรวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดตามคำฟ้อง ข้อ จ. และ ฉ. แล้ว รวมจำคุก 6 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 2,808,063.32 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า จำเลยและนางสาวยุพา สามีภริยาตั้งบริษัทโจทก์ร่วม มีจำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการ โดยนางสาวงามตาและนายทองสุข สามีภริยาโอนเงินให้จำเลยและนางสาวยุพาเป็นเงินลงทุน ต่อมาจำเลยโอนเงินของโจทก์ร่วมให้นางสาวงามตาสองครั้ง ครั้งแรก จำนวน 4,500,000 บาท ครั้งที่สอง จำนวน 1,024,000 บาท และจำเลยได้โอนรถยนต์ของโจทก์ร่วมไปเป็นของจำเลย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า จำเลยกระทำความผิดฐานเป็นผู้จัดการทรัพย์สินยักยอกทรัพย์ตามคำฟ้องข้อ ก. และข้อ ข. ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมมีว่าที่ร้อยตรีวิทยา ผู้สอบบัญชีเป็นพยานเบิกความว่า นางสาวงามตาว่าจ้างให้พยานตรวจสอบบัญชีของโจทก์ร่วม ซึ่งนางสาวงามตาเป็นผู้ถือหุ้นของโจทก์ร่วม จากการตรวจสอบบัญชีพบรายการผิดปกติจึงได้ทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอกรรมการของโจทก์ร่วมในขณะนั้น คือนายทองสุข พยานโจทก์และโจทก์ร่วมอีกปากคือนางสาวสุนีย์ เบิกความว่า นายทองสุขนำรายงานผลการตรวจสอบเอกสารมาให้พยานอธิบายตามรายงานดังกล่าว ข้อที่ผิดปกติคือ ในเบื้องต้นของการทำธุรกิจ นางสาวงามตาเคยโอนเงินเข้ามาเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการของโจทก์ร่วมให้แก่นางสาวยุพา การโอนเงินคืนให้แก่นางสาวงามตา น่าจะคืนโดยนำเงินที่ฝากอยู่ในบัญชีของนางสาวยุพาคืนไป แทนที่จะนำเงินที่ใช้หมุนเวียนในบัญชีของโจทก์ร่วมโอนจ่ายคืนให้นางสาวงามตา เห็นว่า เงินที่ใช้ลงทุนหมุนเวียนในระยะแรกเริ่มของการก่อตั้งบริษัทโจทก์ร่วมเป็นเงินของนางสาวงามตาส่งไปทั้งสิ้น โดยโอนเงินเข้าบัญชีของนางสาวยุพา ปรากฏตามสมุดเงินฝากของนางสาวยุพา และหลักฐานการโอนเงิน แม้เมื่อบริษัทโจทก์ร่วมตั้งขึ้นแล้วนางสาวงามตาก็ยังคงโอนเงินไปให้นางสาวยุพา โดยไม่โอนไปยังบริษัทโจทก์ร่วม และนางสาวยุพาได้เขียนรายการว่านำเงินไปใช้ทำอะไรบ้าง เพื่อให้นางสาวงามตาตรวจ เมื่อพิเคราะห์ตามเอกสารมีรายการที่ระบุว่า นำเงินไปลงทุนในบริษัททรายทอง 5,700,000 บาท ซึ่งเป็นชื่อบริษัทโจทก์ร่วม และเป็นจำนวนเดียวกับที่นางสาวงามตาเบิกความว่าเป็นจำนวนเงินที่ตนลงทุนในบริษัทโจทก์ร่วม อีกทั้งลักษณะการโอนเงินของนางสาวงามตาไปให้นางสาวยุพาก็มีความเกี่ยวพันกับโจทก์ร่วมโดยตลอด เมื่อการนำเงินมาลงทุนของนางสาวงามตาในบริษัทโจทก์ร่วม ไม่ทำให้ถูกต้องทางบัญชี ใช้วิธีโอนเงินผ่านบัญชีของนางสาวยุพา แล้วให้นางสาวยุพาและจำเลยนำเงินไปดำเนินการต่ออีกทอดหนึ่ง การที่จำเลยและนางสาวยุพาโอนเงินคืนแก่นางสาวงามตาซึ่งเป็นเจ้าของเงินเอง แม้จะนำเงินจากบัญชีของโจทก์ร่วมมาโอนให้ ก็เป็นเพียงความบกพร่องไม่ทำให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีเท่านั้น ทั้งกระทำโดยเปิดเผยไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด จะถือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตยังไม่ถนัดนัก และตามสมุดบัญชีเงินฝากซึ่งเป็นบัญชีที่นา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12557/2555 · ทนอย Thanoy