คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 1257/2534
หลักกฎหมาย
พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 มาตรา 9,11 ที่แก้ไขแล้วบัญญัติว่าพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ถือว่าขาดคุณสมบัติและเป็นอันพ้นจากตำแหน่งนั้น เป็น การ กำหนดคุณสมบัติโดยทั่ว ๆ ไปของพนักงานและเป็น บทบัญญัติให้รัฐวิสาหกิจผู้เป็นนายจ้างถือปฏิบัติเป็นแนวเดียวกันเท่านั้นส่วนจะเป็นการเลิกจ้างหรือ ไม่ต้องพิจารณาตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ซึ่งได้ให้ความหมายของคำว่าการเลิกจ้างไว้ว่า การที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานปลดออกจากงาน หรือไล่ออกจากงานโดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดตามข้อ 47 อันหมายถึงการที่ให้นายจ้าง ให้ลูกจ้างออกจากงานไม่ว่ากรณีใด ๆ โดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดที่ระบุไว้ ดังนั้น การที่จำเลยให้โจทก์ทุกคนพ้นจากตำแหน่งตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเพราะเกษียณอายุ จึงเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ดังกล่าว
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีทั้งสี่สิบสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษากับคดีอื่นอีก 2 สำนวน ซึ่งโจทก์ทั้งสองสำนวนดังกล่าวได้ถอนฟ้องในระหว่างพิจารณา โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 13 และโจทก์ที่ 16 ถึงโจทก์ที่ 42 โจทก์ทั้งสี่สิบสำนวนฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์ทุกคนเป็นลูกจ้างทำงานที่โรงงานยาสูบกระทรวงการค้า โจทก์ทุกคนทำงานติดต่อกันมาเกินกว่า 3 ปี โจทก์ที่ 1โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 5 โจทก์ที่ 7 โจทก์ที่ 8 โจทก์ที่ 10โจทก์ที่ 12 โจทก์ที่ 19 โจทก์ที่ 21 โจทก์ที่ 26 โจทก์ที่ 28โจทก์ที่ 29 โจทก์ที่ 30 โจทก์ที่ 34 โจทก์ที่ 35 โจทก์ที่ 37โจทก์ที่ 39 โจทก์ที่ 40 และโจทก์ที่ 42 ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 31,220 บาท 12,570 บาท 11,880 บาท 11,880 บาท 13,290 บาท 22,300 บาท 18,760 บาท 13,290 บาท 11,880 บาท 12,570 บาท 12,570 บาท 13,675 บาท 12,570 บาท 15,760 บาท 14,880 บาท 13,290 บาท 17,700 บาท 22,300 บาท และ 15,760 บาท ตามลำดับ ส่วนโจทก์ที่ 3 โจทก์ที่ 4 โจทก์ที่ 6 โจทก์ที่ 9 โจทก์ที่ 11 โจทก์ที่ 13 โจทก์ที่ 16 โจทก์ที่ 17 โจทก์ที่ 18 โจทก์ที่ 20 โจทก์ที่ 22 โจทก์ที่ 23 โจทก์ที่ 24 โจทก์ที่ 25 โจทก์ที่ 27 โจทก์ที่ 31โจทก์ที่ 32 โจทก์ที่ 33 โจทก์ที่ 36 โจทก์ที่ 38 และโจทก์ที่ 41 ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 353.56 บาท 611.04 บาท 485.52 บาท485.52 บาท 485.52 บาท 353.56 บาท 577.92 บาท 611.04 บาท 577.92 บาท 353.56 บาท 611.04 บาท 353.56 บาท 353.56 บาท 515.40 บาท 546.24 บาท 257.01 บาท 331.49 บาท 353.56 บาท 546.24 บาท 331.49 บาท และ 353.56 บาท ตามลำดับ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2533 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งหมดเพราะเหตุเกษียณอายุ จำเลยยังไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 187,320บาท 75,420 บาท 63,640.08 บาท 109,987.02 บาท 71,280 บาท 87,393.06 บาท 71,280 บาท 79,740 บาท 87,393.06 บาท 133,800 บาท 87,393.06 บาท 112,560 บาท 63,640.08 บาท 104,025.06 บาท 109,987.02 บาท 104,025.06 บาท 79,740 บาท 63,640.08 บาท 71,280 บาท 109,987.02 บาท 63,640.08 บาท 63,640.08 บาท 92,772 บาท 75,420 บาท 98,323.02 บาท 75,420 บาท 82,050 บาท 75,420 บาท 46,261.08 บาท 59,668.02 บาท 63,640.08 บาท94,560 บาท 89,280 บาท 98,323.02 บาท 79,740 บาท 59,668.02 บาท 106,200 บาท 133,800 บาท 63,640.08 บาท และ 94,560 บาท แก่โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 13 และโจทก์ที่ 16 ถึงโจทก์ที่ 42 ตามลำดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสี่สิบสำนวนให้การว่าที่โจทก์ทุกคนพ้นจากตำแหน่งหน้าที่เพราะเหตุเกษียณอายุ มิใช่เป็นการถูกเลิกจ้างตามความหมายของกฎหมายแรงงานแต่เป็นการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่โดยผลของกฎหมาย เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 มาตรา 9, 11 และการที่โจทก์ทุกคนกับจำเลยตกลงทำงานโดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการเกษียณอายุตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจดังกล่าว ถือว่าเป็นการกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 13 และโจทก์ที่ 16ถึงโจทก์ที่ 42 เป็นลูกจ้างของจำเลย ทำงานติดต่อกันมาเกินกว่า 3 ปีได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามฟ้อง โจทก์ทุกคนทราบข้อกำหนดเรื่องเกษียณอายุเมื่อมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ตั้งแต่เริ่มทำงานโดยไม่คัดค้าน จำเลยให้โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 13 และโจทก์ที่ 16ถึงโจทก์ที่ 42 พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เพราะเหตุเกษียณอายุเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2533 โดยโจทก์ทุกคนไม่มีความผิด จำเลยยังไม่จ่ายค่าชดเชยและดอกเบี้ย แล้วคู่ความแถลงไม่สืบพยานศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 187,320 บาท75,420 บาท 63,640.08 บาท 109,987.02 บาท 71,280 บาท 87,393.06 บาท 71,280 บาท 79,740 บาท 87,393.06 บาท 133,800 บาท 87,393.06 บาท 112,560 บาท 63,640.08 บาท 104,025.06 บาท 109,987.02 บาท 104,025.06 บาท 79,740 บาท 63,640.08 บาท 71,280 บาท 109,987.02 บาท 63,640.08 บาท 63,640.08 บาท 92,772 บาท 75,420 บาท 98,323.02 บาท75,420 บาท 82,050 บาท 75,420 บาท 46,261.08 บาท 59,668.02 บาท 63,640.08 บาท 94,560 บาท 89,280 บาท 98,323.02 บาท 79,740 บาท 59,668.02 บาท 106,200 บาท 133,800 บาท 63,640.08 บาท และ 94,560 บาท แก่โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 13 และโจทก์ที่ 16 ถึงโจทก์ที่ 42 ตามลำดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 1 ตุลาคม 2533) จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสี่สิบสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง