คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538
ฎีกาที่ 127/2538
หลักกฎหมาย
หลังเกิดเหตุรถยนต์ชนกันโจทก์ที่2เจ้าของรถยนต์ฝ่ายหนึ่งได้เจรจากับ พ. คนขับรถยนต์คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายประมาท พ. ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดโดยการซ่อมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพดีใช้การได้ดีเหมือนเดิมและยินดีชดใช้ค่าสินค้าที่บรรทุกมาซึ่งได้รับความเสียหายด้วยและทั้งสองฝ่ายตกลงกันอีกว่าจะไม่เรียกร้องหรือฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งอีกต่อไปเอกสารข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงหนังสือที่ พ. ยอมรับสภาพต่อโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องโดยไม่มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่แน่นอนเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะต้องชำระวิธีการชำระอันจะทำให้ปราศจากการโต้แย้งกันอีกจึงมิใช่เป็นการระงับข้อพิพาทในมูลละเมิดกรณีมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความอันจะทำให้จำเลยที่1ซึ่งเป็นนายจ้างของพ. และจำเลยที่2ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่1หลุดพ้นความรับผิดในมูลละเมิดนั้น
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ ที่ 1 ได้รับ ประกันภัย รถยนต์ คัน หมายเลขทะเบียน 80-5430 นครสวรรค์ ไว้ จาก โจทก์ ที่ 2 จำเลย ที่ 2 ได้รับประกันภัย รถยนต์ คัน หมายเลข ทะเบียน 80-6069 เชียงใหม่ ไว้ จากจำเลย ที่ 1 เมื่อ วันที่ 27 เมษายน 2528 เวลา กลางคืน นาย พิชัย ชื่นเชาว์กิจ ลูกจ้าง ของ จำเลย ที่ 1 และ ใน ทางการที่จ้าง ได้ ขับ รถยนต์ คัน ที่ จำเลย ที่ 2 รับประกัน ภัย ไว้ ไป ตาม ถนน สาย เอเซีย จากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้า ไป จังหวัด นครสวรรค์ แต่ นาย พิชัย ขับ รถ ด้วย ความประมาท ด้วย ความ เร็ว สูง เกินกว่า ที่ กฎหมาย กำหนด ครั้น มา ถึงระหว่าง หลัก กิโลเมตร ที่ 193-194 รถ เสีย หลัก แฉลบ เข้า ไป ใน ช่องทางของ รถ ที่ สวน มา ซึ่ง ขณะ นั้น นาย ไพฑูรย์ เอี่ยมอุบล ได้ ขับ รถยนต์ คัน หมายเลข ทะเบียน 80-5430 นครสวรรค์ แล่น สวนทาง มา จึง เกิด เฉี่ยวชนกัน เป็นเหตุ ให้ รถยนต์ คัน หมายเลข ทะเบียน 80-5430 นครสวรรค์เสียหาย โจทก์ ที่ 1 ได้ นำ ไป ซ่อม คิด เป็น เงิน ค่าซ่อม จำนวน 84,072 บาทและ เสีย ค่า รถยก ลาก ไป อู่ ซ่อม อีก 1,500 บาท โจทก์ ที่ 1 จ่ายเงินค่าซ่อม และ ค่า ยก ลาก รถยนต์ ไป แล้ว จึง รับช่วงสิทธิ ของ โจทก์ ที่ 2เรียก ค่าเสียหาย ดังกล่าว รวมเป็น เงิน ค่าเสียหาย ของ โจทก์ ที่ 1ทั้งสิ้น 85,572 บาท เมื่อ ซ่อม เสร็จ แล้ว ทำให้ รถยนต์ ของ โจทก์ ที่ 2เสื่อมราคา เป็น เงิน 10,000 บาท และ ใช้ เวลา ซ่อม 60 วัน โจทก์ ที่ 2ประกอบการค้า ไม่ได้ คิด เป็น ค่าเสียหาย วัน ละ 500 บาท เป็น เงิน30,000 บาท ถั่วเขียว ของ โจทก์ ที่ 2 บรรทุก รถยนต์ มา จำนวน 27 กระสอบเสียหาย เป็น เงิน 40,000 บาท ผ้าใบ คลุม รถยนต์ เสียหาย ใช้ การ ไม่ได้คิด เป็น เงิน 5,000 บาท รวมเป็น ค่าเสียหาย ของ โจทก์ ที่ 2 เป็น เงิน85,000 บาท ขอให้ บังคับ จำเลย ทั้ง สอง ชำระ ค่าเสียหาย แก่ โจทก์ ที่ 1จำนวน 90,920 บาท แก่ โจทก์ ที่ 2 จำนวน 91,375 บาท พร้อม ด้วยดอกเบี้ย อัตรา ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง ต่อ ปี ของ โจทก์ ที่ 1 จาก ต้นเงิน85,572 บาท และ ของ โจทก์ ที่ 2 จาก ต้นเงิน 85,000 บาท นับแต่ วันฟ้องไป จนกว่า จะ ชำระหนี้ แก่ โจทก์ ทั้ง สอง เสร็จ จำเลย ทั้ง สอง ให้การ ใน ทำนอง เดียว กัน ว่า โจทก์ ที่ 1 ไม่ได้ รับประกันภัย รถยนต์ คัน หมายเลข ทะเบียน 80-5430 นครสวรรค์ และ โจทก์ ที่ 2มิใช่ เจ้าของ หรือ ผู้ครอบครอง รถยนต์ คัน ดังกล่าว นี้ ด้วย จำเลย ที่ 1มิใช่ เจ้าของ ผู้ครอบครอง รถยนต์ คัน หมายเลข ทะเบียน 80-6069 เชียงใหม่และ มิใช่ นายจ้าง ของ นาย พิชัย ชื่นเชาว์กิจ ทั้ง ความเสียหาย ได้ เกิดขึ้น เพราะ ความประมาท ของ นาย ไพฑูรย์ เอี่ยมอุบล เป็น ฝ่าย ขับ รถ ด้วย ความประมาท ด้วย ความ เร็ว สูง เกินกว่า ที่ กฎหมาย กำหนดไม่สามารถ บังคับ รถ ได้ เป็นเหตุ ให้ รถยนต์ ล้ำ กิน เส้น แบ่ง กึ่งกลาง ถนนเข้า มา ชน รถยนต์ ที่นาย พิชัย ขับ ค่าเสียหาย ของ โจทก์ ทั้ง สอง มี ไม่ถึง ตาม ฟ้อง จำเลย ทั้ง สอง ไม่ต้อง รับผิด เพราะ โจทก์ ที่ 2 ได้ ตกลงประนีประนอม ยอมความ กับ นาย พิชัย ชื่นเชาว์กิจ แล้ว ซึ่ง นาย พิชัย รับ ว่า จะ ชดใช้ ค่าเสียหาย แก่ โจทก์ ที่ 2 จึง ควร ใช้ สิทธิเรียกร้อง จากนาย พิชัย โจทก์ ทั้ง สอง จะ ฟ้อง จำเลย ที่ 1 ที่ 2 มิได้ ขอให้ ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว พิพากษายก ฟ้อง โจทก์ ทั้ง สอง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ ทั้ง สอง ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ข้อเท็จจริง ฟัง ยุติ ตาม คำพิพากษา ศาลล่างทั้ง สอง ว่า โจทก์ ที่ 2 ครอบครอง รถยนต์ คัน หมายเลข ทะเบียน 80-5430นครสวรรค์ และ เอา ประกันภัย รถยนต์ คัน ดังกล่าว ไว้ แก่ โจทก์ ที่ 1จำเลย ที่ 1 เป็น เจ้าของ รถยนต์ คัน หมายเลข ทะเบียน 80-6069 เชียงใหม่และ เอา ประกันภัย รถยนต์ คัน ดังกล่าว ไว้ แก่ จำเลย ที่ 2 วันเกิดเหตุนาย ไพฑูรย์ เอี่ยมอุบล ขับ รถยนต์ ของ โจทก์ ที่ 2 นาย พิชัย ชื่นเชาว์กิจ ขับ รถยนต์ ของ จำเลย ที่ 1 และ ใน ทางการที่จ้าง ของ จำเลย ที่ 1 ชนกัน เสียหาย ต่อมา โจทก์ ที่ 2 และ นาย ไพฑูรย์ กับ นาย พิชัย แจ้ง ให้ พนักงานสอบสวน บันทึก ข้อตกลง ตาม ใบ รายงาน ประจำวัน เกี่ยวกับ คดีไว้ ตาม เอกสาร หมาย ปล. 1 ของ ศาลจังหวัด ชัยนาท และ นาย พิชัย คนขับ รถ ของ จำเลย ที่ 1 เป็น ฝ่าย ประมาท พิเคราะห์ แล้ว มี ปัญหา วินิจฉัย ว่า ข้อความ ใน สำเนา รายงานประจำวัน เกี่ยวกับ คดี เอกสาร หมาย ปล. 1 ของ ศาลจังหวัด ชัยนาทเป็น สัญญา ประนีประนอม ยอมความ ระงับ ข้อพิพาท ใน มูลละเมิด อันเป็น ผลให้ จำเลย ทั้ง สอง พ้น ความรับผิด หรือไม่ ตาม สำเนา รายงาน ประจำวันเกี่ยวกับ คดี เอกสาร หมาย ปล. 1 ของ ศาลจังหวัด ชัยนาท มี ข้อความ ว่านาย พิชัย ชื่นเชาว์กิจ ผู้ขับ รถยนต์บรรทุก หก ล้อ คัน หมายเลข ทะเบียน 80-6069 เชียงใหม่ ฝ่ายหนึ่ง และ นาย ไพฑูรย์ เอี่ยมอุบล ผู้ขับ รถยนต์บรรทุก สิบล้อ คัน หมายเลข ทะ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง