ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 12931/2558

หลักกฎหมาย

บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศหรือบรรษัทการเงินระหว่างประเทศหรือ International Finance Corporation หรือ IFC เป็นทบวงการชำนัญพิเศษ (Specialized Agencies) แห่งสหประชาชาติ และ พ.ร.ฎ.ระบุทบวงการชำนัญพิเศษ พ.ศ.2504 มาตรา 3 (4) ซึ่ง พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ.2504 มาตรา 5 (1) ได้บัญญัติว่า "...ทบวงการชำนัญพิเศษนั้น ๆ เป็นนิติบุคคลและให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย..." ดังนั้น เจ้าหนี้จึงเป็นนิติบุคคลซึ่งมีภูมิลำเนาในประเทศไทย ไม่ใช่เจ้าหนี้ต่างประเทศซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าหนี้จึงไม่จำต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามที่ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 178 กำหนด ในการขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ได้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 นั้น นอกจากเจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องนำพยานมาแสดงให้เห็นว่าหนี้ที่ขอรับชำระเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงแล้ว จะต้องแสดงว่าลูกหนี้ต้องรับผิดใช้หนี้ดังกล่าว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนเอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามสัญญาการลงทุน (Investment Agreement) และสัญญาจัดการค่าธรรมเนียม (Fee Arrangement Agreement) เงินกู้ส่วน ก เงินต้น 17,371,571.86 ดอลลาร์สหรัฐ ดอกเบี้ย 10,025,656.41 ดอลลาร์สหรัฐ ดอกเบี้ยเพิ่มเติมของต้นเงินที่ถึงกำหนดชำระ 2,738,339.66 ดอลลาร์สหรัฐ ดอกเบี้ยเพิ่มเติมของดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ 2,781,992.27 ดอลลาร์สหรัฐ เงินกู้ส่วน ข เงินต้น 74,191,419.77 ดอลลาร์สหรัฐ ดอกเบี้ย 2,975,630.50 ดอลลาร์สหรัฐ ดอกเบี้ยเพิ่มเติมของต้นเงินที่ถึงกำหนดชำระ 66,886,226.39 ดอลลาร์สหรัฐ ดอกเบี้ยเพิ่มเติมของดอกเบี้ยที่ค้างชำระ 18,218,080.14 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ (Facility Fee) 344,100.77 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าธรรมเนียมสินเชื่อเพิ่มเติม 403,879.64 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าธรรมเนียมผูกพันการให้สินเชื่อ 77,422.67 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าธรรมเนียมผูกพันการให้สินเชื่อเพิ่มเติม 90,972.92 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าธรรมเนียมตัวแทนรายปี (Annual Agency Fee) 26,714.18 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าธรรมเนียมตัวแทนรายปีเพิ่มเติม 19,634.72 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าทนายความ ค่าที่ปรึกษาและค่าใช้จ่ายซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายของคณะทำงานตามสัดส่วน 484,564.85 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าทนายความและค่าที่ปรึกษา 433,749.71 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 126,577.87 ดอลลาร์สหรัฐ รวมเงินที่ขอรับชำระหนี้ 197,196,435.35 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทย ณ วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 46.628 บาท เท่ากับ 8,603,286,081.57 บาท) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้วปรากฏว่าคงมีเฉพาะผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้โดยโต้แย้งเฉพาะส่วนของดอกเบี้ยว่า ลูกหนี้ในคดีนี้ได้เข้าสู่ระบบขององค์การเพื่อการปฏิรูปสถาบันการเงิน (ปรส.) มาก่อน โดยในชั้นดังกล่าวคณะกรรมการได้อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในดอกเบี้ยถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2541 ดังนั้นเมื่อเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในชั้นที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้คงมีสิทธิได้รับชำระหนี้เฉพาะยอดหนี้ที่ค้างอยู่ในชั้นปรส.เท่านั้น เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยนับจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2541 ถึงวันที่ 1 เมษายน 2545 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่า ลูกหนี้ได้ทำสัญญาการลงทุนและสัญญาจัดการค่าธรรมเนียมกับเจ้าหนี้ เมื่อบริษัทลูกหนี้ถูกระงับการดำเนินกิจการโดยคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและมีการชำระบัญชีภายใต้การควบคุมของปรส. เจ้าหนี้ได้นำมูลหนี้ดังกล่าวยื่นคำขอรับชำระหนี้และได้รับชำระหนี้บางส่วนเป็นเงิน 2,979,039,784.29 บาท เมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้เป็นเงิน 8,603,286,081.57 บาท โดยเจ้าหนี้เป็นองค์การระหว่างประเทศ มีภูมิลำเนา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงเป็นเจ้าหนี้ต่างประเทศซึ่งมีภูมิลำเนานอกราชอาณาจักร เมื่อเจ้าหนี้มิได้พิสูจน์ว่า เจ้าหนี้ในประเทศไทยก็มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามกฎหมายและในศาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาและมิได้แถลงว่า เจ้าหนี้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับทรัพย์สินหรือส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของลูกหนี้คนเดียวกันนั้นนอกราชอาณาจักรเป็นจำนวนเท่าใดหรือไม่ และถ้ามีเจ้าหนี้ยอมส่งทรัพย์สินหรือส่วนแบ่งของทรัพย์สินแล้วมารวมไว้ในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในราชอาณาจักร เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 178 เห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เสียทั้งสิ้น ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 (1) ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ข้อแรกว่า เจ้าหนี้มีภูมิลำเนาในประเทศไทย จึงไม่อยู่ในบังคับพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 178 ซึ่งบัญญัติว่า "เจ้าหนี้ต่างประเทศซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) ต้องพิสูจน์ว่า เจ้าหนี้ในประเทศไทยก็มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามกฎหมายและในศาลแห่งประเทศของตนได้ในทำนองเดียวกัน (2) ต้องแถลงว่า ตนได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับทรัพย์สินหรือส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของลูกหนี้คนเดียวกันนั้นนอกราชอาณาจักรเป็นจำนวนเท่าใดหรือไม่ และถ้ามีตนยอมส่งทรัพย์สินหรือส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของลูกหนี้แล้วมารวมในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในราชอาณาจักร" หรือไม่ โดยเจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า เจ้าหนี้เป็นนิติบุคคลมีภูมิลำเนาในประเทศไทยนั้น เ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12931/2558 · ทนอย Thanoy