คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549
ฎีกาที่ 130/2549
หลักกฎหมาย
ผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองเป็นเพียงผู้ถือหุ้นและกรรมการของจำเลย ไม่มีอำนาจกระทำการใด ๆ แทนจำเลย ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย ผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองจึงมิใช่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 13,433,843.09 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 9,558,664.94 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 9,420,447.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 6,630,787.27 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป กำหนดชำระเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัดให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสี่ออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืน กับค่าทนายความจำนวน 10,000 บาท แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 1 จำนวน 3 แปลง ออกขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2544 ในราคา 6,030,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์ จำเลยที่ 2 ที่ 4 และผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ระหว่างไต่สวน ผู้ร้องร่วมทั้งสองยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องร่วมทั้งสองเป็นเพียงกรรมการของจำเลยที่ 1 แต่มิได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ส่วนผู้ร้องร่วมที่ 2 แม้จะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจแต่ก็มีเพียงคนเดียว ไม่มีอำนาจทำแทนจำเลยที่ 1 ได้ จึงถือว่าไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ศาลชั้นต้นเห็นว่า สำหรับผู้ร้องนั้นคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดไต่สวน แล้วมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นเพียงกรรมการของจำเลยที่ 1 แต่มิได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จึงถือไม่ได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองเพียงว่าผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า บุคคลที่อาจยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ได้จะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ในคดีนี้บุคคลที่จะได้รับความเสียหายจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินก็คือจำเลยที่ 1 เจ้าของทรัพย์สินซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่ผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองเป็นเพียงผู้ถือหุ้นและกรรมการของจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจกระทำการใด ๆ แทนจำเลยที่ 1 ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ร้อง และผู้ร้องร่วมทั้งสองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ จึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองเป็นบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องและผู้ร้องร่วมทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง