ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2530

ฎีกาที่ 1309/2530

หลักกฎหมาย

เบี้ยประชุมถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้างอันจะนำมาเป็นฐานเพื่อคำนวณค่าชดเชย โจทก์มิได้ใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีตามสิทธิของโจทก์โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุ จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์.(ที่มา-ส่งเสริม)

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจท์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุ จำเลยได้จ่ายค่าชดเชยและเงินสงเคราะห์ให้แก่โจทก์เพียงบางส่วน และยังมิได้จ่ายค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยและเงินสงเคราะห์ส่วนที่ขาด กับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้จ่ายค่าชดเชยและเงินสงเคราะห์แก่โจทก์โดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปีเพราะโจทก์ไม่ใช้สิทธิลาหยุดเอง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์อุทธรณ์ข้อแรกว่าเงินจำนวน 4,050 บาทเป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เป็นรายเดือนทุกเดือนเพื่อตอบแทนการทำงานของโจทก์ที่ดำรงตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเขานุการคณะกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเลขานุการคณะกรรมการบริหาร เงินดังกล่าวจึงถือว่าเป็นค่าจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวน 24,300 บาทที่ยังขาดให้แก่โจทก์อีกนั้นพิเคราะห์แล้วได้ความว่า เงินจำนวน 4,050 บาทที่โจทก์ได้รับจากจำเลยนี้เป็นเบี้ยประชุมที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและเลขานุการคณะกรรมการบริหารอันเป็นหน้าที่พิเศษนอกเหนือจากหน้าที่ประจำของโจทก์ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักผู้ตรวจการซึ่งมีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว หากเดือนไหนไม่มีการประชุมหรือโจทก์ไม่ได้เข้าประชุม จำเลยก็จะไม่จ่ายให้ เห็นว่าเงินดังกล่าวมิใช่เงินที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างจ่ายให้แก่โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาปกติของวันทำงาน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16เมษายน 2515 ข้อ 2 อันจะต้องนำมาเป็นฐานเพื่อคำนวณค่าชดเชยให้แก่โจทก์อีกตามฟ้อง อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่โจทก์อุทธรณ์ข้อที่สองว่า เงินจำนวน 4,050 บาทที่โจทก์ได้รับจากจำเลยเป็นรายเดือนนี้ ถือว่าเป็นค่าจ้างหรือเงินเดือนของโจทก์ซึ่งตามข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้ปฎิบัติงานในการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลย โจทก์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเงินเท่ากับเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยอายุการทำงานของโจทก์ จึงต้องนำเงินจำนวน 4,050 บาทมาคิดคำนวณเงินสงเคราะห์ให้แก่โจทก์ด้วย จำเลยจึงต้องจ่ายเงินสงเคราะห์จำนวน 121,500 บาทที่ยังขาดแก่โจทก์อีกนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้สืบเนื่องมาจากอุทธรณ์ข้อแรก เมื่องเนจำนวน 4,050 บาทถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้างหรือเงินเดือนดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วในข้อแรดโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิที่จะนำมาเป็นฐานเพื่อคำนวณเงินสงเคราะห์ตามที่โจทก์เรียกร้องได้อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน ที่โจทก์อุทธรณ์ข้อสุดท้ายว่า โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครดงแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 45 เพราะตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2515 จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2528 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุ โจทก์ไม่เคยหยุดพักผ่อนประจำปีเลย โดยที่ระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยการลาของพนักงาน พ.ศ. 2522 โจทก์มีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีละ 10 วัน จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีรวมเป็นเวลา 14 ปี คิดเป็นเงิน 100,676บาทให้แก่โจทก์นั้น พิเคราะห์แล้ว ตามระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยการลาของพนักงาน พ.ศ. 2522 ข้อ 21 กำหนดว่า พนักงานมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีในปีหนึ่งได้ 10 วันโดยไม่ถือเป็นวันลา ข้อ 23กำหนดว่าถ้าในปีใดพนักงานผู้ใดมิได้ลาพักผ่อนประจำปี หรือลาพักผ่อนประจำปีแล้วแต่ไม่ครบ 10 วัน ให้สะสมวันลาที่ยังมิได้ลาในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อไปได้ แต่วันลาพักผ่อนสะสมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันต้องไม่เกิน 20 วัน ศาลฎีกาเห็นว่า จากระเบียบของจำเลยดังกล่าวโจทก์ย่อมมีสิทธิสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีของปีก่อนรวมกับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 2528 ซึ่งเป็นปีที่โจทก์ครบเกษียณอายุได้เพียง 20วันเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีของแต่ละปีให้แก่โจทก์ตามข้อ 10 ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 และโจทก์ก็มิได้ใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปี 2527 และปี 2528 ตามสิทธิของโจทก์ จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุในวันที่ 1 ตุลาคม 2528ตามสิทธิของโจทก์ จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุในวันที่ 1ตุลาคม 2528 จึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำนวน20 วันของปีดังกล่าวให้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2530 · ทนอย Thanoy