คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2498
ฎีกาที่ 1322/2498
หลักกฎหมาย
จำเลยร่วมรู้กับตัวการในการวิ่งราวทรัพย์ แต่จำเลยมิได้ลงมือทำการวิ่งราวด้วยพฤติการณ์ยังชี้ไม่ได้ว่ามีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำ จำเลยเป็นแต่ให้รถเพื่อใช้เป็นกำลังพาหนะเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงผู้สมรู้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับนายแผ้วซึ่งถูกฟ้องแล้วสมคบกันวิ่งราวสายสร้อยของนางไปล่ สุคันธวณิชไป 1 เส้น ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษยังไม่เกิน 5 ปี ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ จำเลยปฏิเสธความผิด ข้อต้องโทษรับ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297, 63, 72 จำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้เท่านั้นพิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 65, 72 จำคุก 2 ปี 8 เดือน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยร่วมรู้ในการที่นายแผ้วจะวิ่งราวด้วย แต่ยังชี้ไม่ได้ว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำจำเลยเป็นเพียงแต่ให้รถจักรยานสามล้อเครื่องเพื่อใช้เป็นกำลังพาหนะที่จะพานายแผ้วหนี การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงอยู่สมรู้ไม่ถึงขั้นตัวการ (อ้างฎีกาที่ 587/2496) พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง