ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2533

ฎีกาที่ 1331/2533

หลักกฎหมาย

การฟังหรือไม่ฟังพยานหลักฐานใด ในคดีอยู่ในดุลพินิจ ของศาลการที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่พิจารณาพยานหลักฐานบางประการของโจทก์เป็นการวินิจฉัยคดีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นฎีกาโต้เถียง ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ.มาตรา 220.

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 172,173, 174 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบริษัทธอร์น อี เอ็ม ไอ สกรีนเอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ได้มอบอำนาจแก่จำเลยที่ 1 อีกต่อหนึ่งให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจกล่าวหาว่า โจทก์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ (วี.ดี.โอ.) เรื่อง ซุปเปอร์เกิร์ลและเรื่องซุปเปอร์แมน ภาค 3 ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทดังกล่าวเพื่อการค้า ทำให้โจทก์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและถูกพนักงานอัยการฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ในข้อหาความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า และจำเลยที่ 1 ได้เป็นพยานเข้าเบิกความต่อศาลในคดีดังกล่าวเกี่ยวกับเรื่องที่แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ 1 ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจและเบิกความต่อศาลโดยจำเลยที่ 1 เชื่อโดยสุจริตว่า บริษัทธอร์น อี เอ็ม ไอ สกรีน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัดผู้มอบอำนาจให้ไปแจ้งความเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ (วี.ดี.โอ.)เรื่องซุปเปอร์เกิร์ล และซุปเปอร์แมน ภาค 3 ในประเทศไทย ส่วนศาลอุทธรณ์ฟังว่าการแจ้งความร้องทุกข์ของจำเลยที่ 1 ก็ดีและคำเบิกความของจำเลยที่ 1 ก็ดี ฟังไม่ได้ว่าเป็นความเท็จ ดังนี้จึงเป็นคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันโจทก์ฎีกาว่าพยานหลักฐานของโจทก์ตามทางไต่สวนพอฟังได้ว่าการแจ้งความร้องทุกข์ของจำเลยที่ 1 และคำเบิกความของจำเลยที่ 1มีมูลอันเป็นเท็จดังนี้ เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่โจทก์ฎีกามาอีกประการหนึ่งว่า ศาลอุทธรณ์ไม่พิจารณาพยานหลักฐานบางประการของโจทก์เป็นการวินิจฉัยคดีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเห็นว่า การฟังหรือไม่ฟังพยานหลักฐานใดในคดีอยู่ในดุลพินิจของศาล จึงเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาโจทก์.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2533 · ทนอย Thanoy