ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2531

ฎีกาที่ 1351/2531

หลักกฎหมาย

ฟ้องโจทก์กล่าวว่า สินสมรสระหว่างนายห.และนางก.มีจำนวนเท่าใด ตกเป็นมรดกของนางก. 2 ใน 3 ส่วนคิดเป็นเงินเท่าใด ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ชัดแจ้งว่า ส่วนที่ตกเป็นส่วนแบ่งของนายห.เท่ากับ 1 ใน 3 ส่วน และสามารถคำนวณออกมาเป็นจำนวนเงินได้โดยง่าย ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม สามีภรรยาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5การแบ่งสินสมรสต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ 68ซึ่งกำหนดว่า ถ้าทั้งสองฝ่ายมีสินเดิมให้แบ่งสินสมรสเป็น 3 ส่วนชายได้ 2 ส่วน หญิงได้ 1 ส่วน

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 240 และ 1859 ตามฟ้องรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างแก่จำเลยทั้งสี่ให้กลับสู่ฐานะเดิมแล้วหักเป็นสินสมรสส่วนของนายหมัง 1 ใน 3 ส่วนที่เหลือตกเป็นมรดกของนางกิมวาซึ่งตกได้แก่โจทก์ 1 ใน 3 ส่วน คิดเป็นเงิน 991,111 บาทหากแบ่งไม่ได้ให้นำขายทอดตลาด นำเงินที่ได้แบ่งให้โจทก์ตามสิทธิให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 223 กับที่ดินโฉนดเลขที่ 2071และ 2072 ตามฟ้อง พร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยหักเป็นสินสมรสส่วนของนายหมัง 1 ใน 3 ส่วน ที่เหลือตกเป็นมรดกของนางกิมวาซึ่งตกได้แก่โจทก์ 1 ใน 3 ส่วน คิดเป็นเงิน 1,784,444 บาทหากแบ่งไม่ได้ให้นำขายทอดตลาดเอาเงินที่ได้แบ่งแก่โจทก์ตามสิทธิให้นำเงินจำนวน 2,000,000 บาทตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้อง มาแบ่งโดยหักเป็นสินสมรสของนายหมัง 1 ใน 3 ส่วนหักส่วนที่จ่ายแก่นางลูกอิน 400,000 บาทที่เหลือตกเป็นมรดกของนางกิมวาซึ่งตกเป็นโจทก์ 1 ใน 3 ส่วนคิดเป็นเงิน 311,111 บาทจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ให้การใจความรวมกันว่า โจทก์ไม่ใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของนางกิมวากับนายหมังโจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่งหรือขอให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้อง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความและเคลือบคลุมจำเลยที่ 2 และ ที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนสิทธิที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง โฉนดเลขที่ 240 ตำบลระแหง อำเภอเมืองตากจังหวัดตาก ที่นายหมังโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสี่นั้น กลับคืนให้แก่โจทก์จำนวนร้อยละ 8.4777 ของที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยทั้งสี่แบ่งที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างจำนวนดังกล่าวนี้แก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสี่แบ่งที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างโฉนดเลขที่ 223 ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอดจังหวัดตาก ให้แก่โจทก์จำนวนร้อยละ 8.4777 ของที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง หากไม่อาจแบ่งที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ได้ ให้นำที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินที่ได้แบ่งให้โจทก์ตามสิทธิข้างต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่นายหมังโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ตามโฉนดเลขที่ 240, 185ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก รวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง เฉพาะ 1 ใน 9 ส่วน และให้ส่วนที่เพิกถอนนั้นตกเป็นของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสี่แบ่งโฉนดที่ดินที่ 223 ตำบลแม่สอดอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ 1ใน 9 ส่วน หากไม่อาจแบ่งได้ให้นำที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินที่ได้แบ่งแก่โจทก์ตามส่วนข้างต้นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลวินิจฉัยว่า "ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นลงวันที่ 7 เมษายน 2526 ที่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 สืบพยานต่อไปเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น โจทก์อ้างว่าศาลจังหวัดราชบุรีซึ่งศาลชั้นต้นส่งประเด็นไปสืบพยานจำเลยที่ 1 เห็นว่าในวันนัดหมายจำเลยที่ 1 ไม่มาศาลโดยอ้างเหตุเจ็บป่วยนั้นเมื่อทำการไต่สวนแล้วได้ความว่าทนายจำเลยที่ 1 สามารถมาศาลได้แต่ไม่ยอมมา จึงส่งประเด็นกลับคืนมายังศาลชั้นต้นสั่งและศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2526 อนุญาตให้สืบพยานจำเลยที่ 1 ที่ศาลชั้นต้นต่อไป ซึ่งโจทก์ได้คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวไว้แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าในคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นก็มิได้อนุญาตให้ส่งประเด็นไปสืบพยานจำเลยที่ 1ที่ศาลจังหวัดราชบุรีตามที่จำเลยที่ 1 ร้องขออีกครั้งหนึ่งดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานจำเลยที่ 1 ปากอื่นที่ศาลนั้นต่อไปจึงเป็นอีกกรณีหนึ่ง คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงไม่เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใดแม้ว่าต่อมาศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ส่งประเด็นไปสืบพยานปากหนึ่งที่ศาลจังหวัดราชบุรีอีกครั้ง ในครั้งนี้ศาลชั้นต้นก็ได้สอบโจทก์แล้ว และโจทก์ไม่คัดค้านปรากฏรายละเอียดในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2526 จึงหาทำให้คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นการไม่ชอบไม่ ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับในเนื้อหาแห่งคดีข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์เป็นบุตรนายหมัง นางกิมวา สายชุ่มอินทร์ ซึ่งเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสจำเลยทั้งสี่เป็นบุตรของนายหมังซึ่งเกิดจากภรรยาคนอื่น นางกิมวาถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2521 นางลูกอินมารดาของนางกิมวาได้ฟ้องขอแบ่งมรดกของนางกิมวาจากนายหมัง ในที่สุดได้ตกลงประนีประนอมยอมความกัน โดยนายหมังยอมจ่ายเงินให้นางลูกอิน400,000 บาท ต่อมานายหมังได้โอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 240และ 1859 ให้แก่จำเลยทั้งสี่โดยการจดทะเบียนยกให้ ทั้งนายหมังได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสี่ด้วยและในชั้นฎีกาโจทก์แก้ฎีการับว่าขณะสมรสนายหมังมีสินเดิมประเด็นวินิจฉัยมีว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ นางกิมวาเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายหมังหรือไม่ นางกิมวา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2531 · ทนอย Thanoy