ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 13566/2558

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเป็นบุคคลคนเดียวกับคริสตจักรในการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารพิพาทซึ่งเป็นโบสถ์และที่ดินที่ตั้งโบสถ์ของคริสตจักรใจสมาน เมื่อจำเลยที่ 1 ได้แสดงเจตนาอุทิศที่ดินและอาคารให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่จะเอาไปจำหน่ายจ่ายโอนไม่ได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายให้อำนาจหรือมีพระราชกฤษฎีกา ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 เอาไปขายให้โจทก์ จึงเป็นโมฆะ แม้โจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารพิพาทโดยผลของคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วก็ไม่มีผล โจทก์จึงไม่ใช่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารพิพาท ดังนั้น โจทก์จะเอาคำพิพากษาศาลฎีกามาบังคับขับไล่ผู้ร้องทั้งสี่ร้อยสามสิบสองให้ออกไปจากที่ดินและอาคารพิพาทโดยถือว่าเป็นบริวารของจำเลยที่ 1 ไม่ได้ เนื่องจากที่ดินและอาคารพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ผู้ร้องทั้งสี่ร้อยสามสิบสองครอบครองใช้ประโยชน์อยู่โดยมีสิทธิ ผู้ร้องทั้งสี่ร้อยสามสิบสองจึงสามารถแสดงอำนาจพิเศษให้เห็นได้ว่า ผู้ร้องทั้งสี่ร้อยสามสิบสองไม่ใช่บริวารของจำเลยที่ 1 คำพิพากษาศาลฎีกาจึงไม่มีผลผูกพันผู้ร้องทั้งสี่ร้อยสามสิบสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอก

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องจากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 3477 ตำบลคลองตัน (บางกะปิฝั่งใต้) อำเภอพระโขนง (บางกะปิ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 45.2 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินอาคารคอนกรีตเลขที่ 10 ถึง 12 ถนนสุขุมวิท ซอยใจสมาน (ซอย 6) แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร โดยปลอดจำนองและภาระผูกพันใด ๆ พร้อมโทรศัพท์หนึ่งเลขหมาย มิเตอร์ไฟฟ้า และมิเตอร์ประปาในอาคารดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมและค่าภาษีในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 โดยให้โจทก์ชำระค่าซื้อที่ดินและทรัพย์สินจำนวน 34,000,000 บาท แก่จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าปรับแก่โจทก์เป็นเงิน 5,000,000 บาท และให้จำเลยที่ 1 กับบริวารออกจากที่ดินพิพาทภายใน 30 วัน นับแต่วันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ต่อมาโจทก์ขอให้ศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการให้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินพิพาทหลังจากจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว และเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนด 8 วัน ผู้ร้องทั้งสี่ร้อยสามสิบสองยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีของโจทก์และรายการจดทะเบียนที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และมีคำสั่งว่าผู้ร้องทั้งสี่ร้อยสามสิบสองมีอำนาจพิเศษที่จะอยู่ในที่ดินและอาคารพิพาท โจทก์ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ระหว่างพิจารณาผู้ร้องที่ 117 ที่ 128 ที่ 205 ที่ 245 ที่ 249 ที่ 271 ที่ 274 ที่ 280 ที่ 290 ที่ 304 ที่ 306 ที่ 311 ที่ 314 ที่ 317 ที่ 321 ที่ 331 ที่ 332 ที่ 340 ที่ 349 ที่ 360 ที่ 363 ที่ 372 ที่ 383 ที่ 389 และที่ 419 ขอถอนคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 61 ที่ 64 ถึงที่ 67 ที่ 69 ถึงที่ 75 ที่ 77 ถึงที่ 79 ที่ 81 ถึงที่ 86 ที่ 88 ถึงที่ 91 ที่ 93 ถึงที่ 115 ที่ 118 ถึงที่ 123 ที่ 126 ที่ 127 ที่ 130 ที่ 131 ที่ 133 ถึงที่ 138 ที่ 140 ถึงที่ 167 ที่ 169 ที่ 171 ถึงที่ 181 ที่ 183 ถึงที่ 204 ที่ 206 ถึงที่ 209 ที่ 211 ที่ 213 ถึงที่ 230 ที่ 232 ถึงที่ 235 ที่ 237 ถึงที่ 244 ที่ 246 ถึงที่ 248 ที่ 250 ถึงที่ 270 ที่ 272 ที่ 273 ที่ 275 ถึงที่ 279 ที่ 281 ถึงที่ 289 ที่ 291 ถึงที่ 303 ที่ 305 ที่ 308 ถึงที่ 310 ที่ 312 ที่ 313 ที่ 315 ที่ 316 ที่ 318 ที่ 319 ที่ 322 ถึงที่ 324 ที่ 326 ถึงที่ 330 ที่ 333 ถึงที่ 339 ที่ 342 ถึงที่ 345 ที่ 347 ที่ 350 ที่ 352 ถึงที่ 359 ที่ 361 ที่ 362 ที่ 364 ถึงที่ 367 ที่ 369 ถึงที่ 371 ที่ 374 ที่ 375 ที่ 377 ถึงที่ 380 ที่ 382 ที่ 384 ถึงที่ 388 ที่ 390 ที่ 392 ถึงที่ 405 ที่ 407 ถึงที่ 412 ที่ 414 ถึงที่ 418 และที่ 420 ถึงที่ 432 อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องที่ 316 ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้นางสาวอรกานต์ เข้าเป็นคู่ความแทน และผู้ร้องที่ 12 ที่ 48 ที่ 51 ที่ 52 ที่ 60 ที่ 72 ที่ 158 ที่ 161 ที่ 329 ที่ 345 ที่ 355 ที่ 394 ที่ 397 และที่ 416 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 9 ที่ 18 ถึงที่ 22 ที่ 24 ที่ 25 ถึงที่ 29 ที่ 31 ถึงที่ 35 ที่ 37 ที่ 38 ที่ 40 ที่ 41 ที่ 44 ที่ 47 ที่ 53 ที่ 54 ที่ 56 ที่ 57 ที่ 59 ที่ 61 ที่ 65 ที่ 67 และที่ 69 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่ผู้ร้องที่ฎีกามีว่า ที่ดินและอาคารพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ ได้พิจารณาแล้ว ที่ดินและอาคารพิพาทไม่ใช่ที่ดินอันเป็นที่ตั้งอาคาร บ้านเรือนของเอกชนตามธรรมดาทั่วไป แต่เป็นโบสถ์และที่ดินที่ตั้งโบสถ์ของคริสตจักรใจสมาน อันเป็น ศาสนสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ โดยเงินที่ซื้อที่ดินพิพาทและเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโบสถ์อาคารพิพาทได้รวบรวมมาจากเงินบริจาคของสมาชิกชาวคริสเตียนในประเทศไทย และในประเทศแคนาดาที่มีความเลื่อมใสศรัทธาบริจาคมาทั้งสิ้น หลังจากก่อสร้างเสร็จก่อนเปิดใช้อาคารการที่วันที่ 30 เมษายน 2522 คริสตจักรได้จัดพิธีการมอบถวายพระวิหารอาคารพิพาทซึ่งเป็นโบสถ์ของคริสตจักรใจสมานแด่พระเจ้า ตามหลักของคริสต์ศาสนา เช่นเดียวกับอาคารไม้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารเสด็จมาเป็นประธานในพิธีด้วย เช่นนี้ถือว่าคริสตจักรได้แสดงเจตนาอุทิศที่ดินและอาคารพิพาท ซึ่งเป็นโบสถ์และที่ดินที่ตั้งโบสถ์ให้เป็น
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13566/2558 · ทนอย Thanoy