ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540

ฎีกาที่ 1371/2540

หลักกฎหมาย

ผู้เสียหายเป็นนายอำเภอท้องที่ที่เกิดเหตุผู้เสียหายมีคำสั่งให้สถานบริการอาหารและเครื่องดื่มที่มีดนตรีบรรเลงและสถานที่เล่นสนุกเกอร์ของจำเลยหยุดบริการเพราะเปิดเกินเวลาและให้พนักงานของจำเลยไปตามจำเลยมาเพื่อรับทราบคำสั่งซึ่งทางราชการได้สั่งให้สถานบริการในท้องที่ที่เกิดเหตุต้องหยุดให้บริการในเวลา1นาฬิกาโดยขณะที่ผู้เสียหายออกคำสั่งดังกล่าวก่อนเวลา1นาฬิกาที่จำเลยจะต้องปิดสถานบริการตามคำสั่งของทางราชการเป็นอันมากคำสั่งของผู้เสียหายที่ให้จำเลยปิดสถานบริการจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยคำสั่งทางราชการดังนี้การใช้อำนาจเจ้าพนักงานบังคับผู้อื่นซึ่งไม่ใช่ผู้อยู่ในความปกครองหรือสั่งการย่อมเป็นการผิดวิสัยเว้นแต่จะขอร้องกันเป็นการส่วนตัววิธีปฏิบัติที่ผู้เสียหายทำไปบ่งชัดว่าไม่ใช่การสั่งการในฐานะเจ้าพนักงานการกระทำของผู้เสียหายดังกล่าวมาทั้งหมดจึงมิใช่การกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา289(2) การที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งนายอำเภอผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่รับผิดชอบได้ออกคำสั่งให้จำเลยผู้เป็นราษฎรในเขตท้องที่ที่ตนดูแลอยู่ให้ปิดสถานบริการก่อนเวลาที่ทางราชการกำหนดอันเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยหน้าที่และปฏิเสธการขอร้องของจำเลยที่จะอนุญาตให้เปิดสถานบริการต่อตามกำหนดเวลาของทางราชการตลอดจนการที่ผู้เสียหายผลักจำเลยให้พ้นทางของตนโดยไม่ยอมรับฟังจำเลยต่อไปนั้นเป็นการข่มเหงจำเลยราษฎรในความปกครองของตนอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมเมื่อจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายผู้ข่มเหงตนในขณะนั้นจึงถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดไปโดยบันดาลโทสะ

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1346/2536 หมายเลขแดงที่ 2990/2536 ของศาลชั้นต้นระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายประเสริฐ สากลจำเลย แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ คงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2536 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยพาอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 11 มม. พร้อมกระสุนปืน 7 นัด ซึ่งเป็นของจำเลยที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้มีและใช้ตามกฎหมายติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธดังกล่าวดังกล่าวติดตัว ทั้งไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ที่จะต้องมีอาวุธปืนติดตัว และจำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายสามารถ กมลานนท์ นายอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน 3 นัด โดยเจตนาฆ่าในขณะปฏิบัติและสั่งการตามหน้าที่ของเจ้าพนักงาน จำเลยลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้วแต่การกระทำไม่บรรลุผล ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,371, 80, 91, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ และริบของกลาง จำเลยให้การรับว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสามารถ กมลานนท์ผู้เสียหาย แต่กระทำไปโดยบันดาลโทสะและขณะเกิดเหตุผู้เสียหายมิใช่เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ประกอบมาตรา 72 และ 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง และ 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะจำคุก 6 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 6 ปี6 เดือน จำเลยลุแก่โทษโดยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก4 ปี 4 เดือน ริบอาวุธปืน หัวกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน กระสุนปืนแม็กกาซีน เศษรองกระสุนปืนและแกนลูกกระสุนปืนของกลาง ข้อหาและคำขออื่นให้ยก โจทก์ และ จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า นายสามารถกมลานนท์ ผู้เสียหายเป็นนายอำเภอท้องที่ที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายมีคำสั่งให้สถานบริการอาหารและเครื่องดื่มที่มีดนตรีบรรเลงและสถานที่เล่นสนุกเกอร์ของจำเลยหยุดบริการ จำเลยใช้อาวุธปืนพกยิงผู้เสียหาย กระสุนปืนถูกที่บริเวณใบหน้าผู้เสียหาย อันเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่มีใบอนุญาตให้พาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ อาวุธปืนนั้น เป็นของจำเลยและจำเลยมีใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ตามฎีกาของโจทก์มีปัญหาว่า จำเลยพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่หรือไม่ และจำเลยกระทำไปโดยบันดาลโทสะหรือไม่ ส่วนตามฎีกาของจำเลยมีปัญหาว่า ควรวางโทษหนักเบาเพียงใดและสมควรรอการลงโทษแก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายพยานโจทก์มิได้เบิกความให้เห็นแน่ชัดว่า ตามคำสั่งของทางราชการสถานพักผ่อนหย่อนใจอย่างเช่นสถานบริการของจำเลยต้องหยุดบริการเมื่อใดซึ่งเวลาที่กำหนดให้หยุดบริการเป็นข้อปฏิบัติที่ผู้ประกอบการสถานบริการทุกแห่งจะต้องถือปฏิบัติ และเห็นว่าข้อเท็จจริงมีเหตุผลให้เชื่อว่าทางราชการได้สั่งให้สถานบริการในท้องที่อำเภอพนัสนิคมต้องหยุดให้บริการในเวลา 1 นาฬิกา เวลาขณะเกิดเหตุยังไม่เกิน 0.40 นาฬิกา นอกจากนี้ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายเรียกพนักงานของจำเลยมาเก็บเงิน เมื่อเก็บเงินแล้วผู้เสียหายบอกให้ไปตามเจ้าของร้านมาพบ ประมาณ 5 นาที จำเลยมาพบผู้เสียหายผู้เสียหายบอกให้จำเลยไปบอกให้วงดนตรีหยุดเล่นเพราะร้านเปิดเกินเวลาแล้ว จำเลยขอร้องผู้เสียหายให้มีการเปิดบริการต่อแต่ผู้เสียหายไม่อนุญาต หลังจากนั้นผู้เสียหายเดินไปที่ห้องสนุกเกอร์ ผู้เสียหายบอกให้คนที่เล่นสนุกเกอร์หยุดเล่น ผู้เสียหายถามเด็กที่โต๊ะสนุกเกอร์ว่าใครเป็นผู้ดูแล เด็กบอกว่าจำเลยเป็นผู้ดูแล ผู้เสียหายให้เด็กไปตามจำเลยมาพบ สักครู่จำเลยก็มาผู้เสียหายบอกจำเลยให้ปิด จำเลยขอร้องผู้เสียหายให้เปิดต่อแต่ผู้เสียหายไม่อนุญาต แล้วผู้เสียหายเดินไปที่รถ จำเลยยืนอยู่บริเวณช่องประตูรถที่เปิดอยู่ จำเลยขอร้องให้ผู้เสียหายอนุญาตให้เปิดบริการต่ออีกโดยใช้เวล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1371/2540 · ทนอย Thanoy