ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2557

ฎีกาที่ 13710/2557

หลักกฎหมาย

การจ่ายเงินโบนัสของโจทก์เป็นการจ่ายโดยคำนึงจากยอดรายได้อันเป็นผลการปฏิบัติงานของโจทก์โดยรวม มิใช่กำหนดจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว จึงไม่เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (19) แห่ง ป.รัษฎากร

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากร (ค. 20) เลขที่ NSN: ค 20-01002071-25500608-002-00273 ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เพิกถอนหนังสือเรื่อง การอุทธรณ์หนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากร (ค. 20) ที่ กค 0705.32.1/2581 ฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2551 ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินภาษีอากรคืนให้แก่โจทก์ 974,700 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนนับแต่วันที่โจทก์มีสิทธิได้รับคืนจนถึงวันฟ้อง 276,316.80 บาท และดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยชำระอากรคืนจนครบถ้วน จำเลยทั้งสี่ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสี่ โดยกำหนด ค่าทนายความ 5,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยโจทก์และจำเลยทั้งสี่ไม่อุทธรณ์โต้แย้งว่า วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 ต่อจำเลยที่ 1 แสดงรายการชำระภาษีเกิน 2,017,811.43 บาท และแสดงความจำนงขอคืนภาษีจำนวนดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 วันที่ 1 กันยายน 2549 จำเลยที่ 1 มีหนังสือถึงโจทก์ขอตรวจปฏิบัติการเพื่อคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ชำระไว้เกินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท และเข้าตรวจปฏิบัติการในวันที่ 8 กันยายน 2549 และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2550 ต่อมาในวันที่ 25 มิถุนายน 2550 จำเลยที่ 3 ซึ่งปฏิบัติราชการแทนสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 และแทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากร (ค. 20) เพื่อแจ้งจำนวนเงินภาษีอากรที่คืน 1,043,111.43 บาท พร้อมดอกเบี้ย 93,880.02 บาท รวมทั้งสิ้น 1,136,991.45 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าที่โจทก์ยื่นขอคืนไว้ โดยจำเลยที่ 3 แจ้งเพิ่มเติมในใบแนบหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลว่า ตามที่โจทก์ขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 จำนวน 2,017,811.43 บาท จากการตรวจสอบปรากฏว่า โจทก์จ่ายเงินรางวัลพิเศษจากกำไร 3,249,000 บาท ซึ่งเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (19) แห่งประมวลรัษฎากร คำนวณเป็นภาษี 974,700 บาท เมื่อปรับปรุงภาษีแล้วทำให้โจทก์ได้คืนภาษีเงินได้นิติบุคคล 1,043,111.43 บาท วันที่ 5 กรกฎาคม 2550 โจทก์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งคืนเงินภาษีอากร วันที่ 9 เมษายน 2551 จำเลยที่ 4 มีหนังสือเรื่อง การอุทธรณ์หนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากร (ค. 20) ถึงโจทก์ แจ้งผลการอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 พิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์มีการกำหนดจ่ายเงินรางวัลพิเศษจากผลกำไร ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (19) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับหนังสืออุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2550 และตามคำให้การลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2550 โจทก์พิจารณาการจ่ายเงินรางวัลพิเศษจากผลกำไร ทั้งนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4127/2530 ดังนั้น เงินรางวัลพิเศษจ่ายจากผลกำไรจึงต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (19) แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์ไม่เห็นด้วย คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เงินรางวัลพิเศษที่โจทก์จ่ายให้แก่พนักงานของโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (19) แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ เห็นว่า แม้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์จะไปให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2550 ว่า โจทก์มีนโยบายการจ่ายโบนัสให้แก่พนักงานจากผลกำไร อัตราการจ่ายโบนัสขึ้นอยู่กับผลกำไรในแต่ละปี ถ้าปีไหนมีผลการดำเนินงานขาดทุนก็จะไม่มีการจ่ายโบนัส แต่จะจ่ายเป็นเงินของขวัญแทน ขึ้นอยู่กับการประเมินผลงานของแต่ละแผนก แต่ต่อมาโจทก์มีหนังสือขอชี้แจงและนำส่งเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการจ่ายโบนัสพนักงานเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550 ว่า คณะผู้บริหารจะพิจารณาคาดการณ์ว่าโจทก์จะมีผลกำไรจากงานก่อสร้างเท่าไร จึงกำหนดนโยบายได้ว่าจะจ่ายเงินโบนัสพนักงานจำนวนเงินเป็นประมาณกี่เท่าของเงินเดือน ในขณะเดียวกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นขวัญกำลังใจของพนักงาน จำนวนเงินในการจ่ายโบนัสของพนักงานแต่ละคนจะต้องผ่านกระบวนการประเมินผลแล้ว พนักงานทุกคนจะได้รับเงินโบนัสเทียบเป็นจำนวนเท่าของเงินเดือนแต่ละคนไม่เท่ากันและโจทก์ก็มีหนังสือขอชี้แจงเรื่องการจ่ายเงินรางวัลพิเศษ (โบนัส) ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 ต่อสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 ว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับเงินโบนัสถูกจัดเป็นต้นทุนโดยอ้อมเป็นค่าใช้จ่ายของการดำเนินงานก่อสร้างเช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายสำหรับเงินเดือนพนักงาน โดยปกติการดำเนินงานก่อสร้างในแต่ละโครงการจะมีการกำหนดงบประม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13710/2557 · ทนอย Thanoy