ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2536

ฎีกาที่ 138/2536

หลักกฎหมาย

จำเลยรับว่าจำเลยได้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามที่ขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายไว้ เพราะไม่มีเงินมาชำระจนต้องบอกขายที่ดินของจำเลย แต่ก็ยังขายไม่ได้ จึงเป็นกรณีที่จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามที่ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ ศาลจึงมีอำนาจยกเลิกการประนอมหนี้และพิพากษาให้จำเลยล้มละลายได้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 60

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดต่อมาจำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ แต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามที่ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงรายงานต่อศาลขอให้ยกเลิกการประนอมหนี้ และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้ และพิพากษาให้จำเลยล้มละลายนั้นชอบหรือไม่จำเลยฎีกาว่า ที่จำเลยไม่สามารถชำระหนี้ตามที่ขอประนอมหนี้ไว้ไม่ใช่เพราะจำเลยจงใจหรือเจตนาจะไม่นำเงินมาวางชำระให้ แต่จำเลยมีธุรกิจต้องบอกขายที่ดินของจำเลยเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามข้อสัญญาประนอมหนี้ แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าหนี้อื่นทั้งปวงไม่ให้โอกาสแก่จำเลยที่จะหาเงินมาชำระหนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยรับว่าจำเลยได้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามที่ขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายไว้ เพราะไม่มีเงินมาชำระจนต้องบอกขายที่ดินของจำเลย แต่ก็ยังขายไม่ได้ จึงเป็นกรณีที่จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามที่ตกลงกันไว้ในการประนอมหนี้ตรงตามรายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลจึงมีอำนาจยกเลิกการประนอมหนี้และพิพากษาให้จำเลยล้มละลายได้ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 60 พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2536 · ทนอย Thanoy