คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2556
ฎีกาที่ 13926/2556
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว คดีของจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้อง คงวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40 เม็ด (ไม่กล่าวถึงอีก 1/2 เม็ด) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ความผิดฐานดังกล่าวจึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้อนุญาต แต่คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอีกกรรมหนึ่ง จึงไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 195ป.วิ.อ. 225ป.อ. 83ป.อ. 91พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 4พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 7พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 8พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 15พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 57พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 66พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 91พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 102
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกียและยี่ห้อเวลล์คอม จำนวน 2 เครื่อง ตลับใส่ของลายขาว - ดำ และตลับใส่ของติดสติกเกอร์พร้อมอุปกรณ์การเสพเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และจำเลยที่ 1 รับสารภาพว่ามียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองจำนวนครึ่งเม็ด ส่วนข้อหาร่วมกันจำหน่ายและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ ฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำคุก 1 ปี ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี และปรับ 400,000 บาท คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เนื่องจากจำนนต่อหลักฐาน อีกทั้งกระทำผิดในขณะอยู่ในสมณเพศภิกษุ จึงไม่สมควรลดโทษให้ คงจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 5 ปี และปรับ 400,000 บาท จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำคุก 1 ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เนื่องจากจำนนต่อหลักฐาน จึงไม่สมควรลดโทษให้ ยกฟ้องจำเลยทั้งสอง ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลา 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุก 1 ปี ในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 ลงโทษปรับ 10,000 บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยที่ 2 รับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษเห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้จำเลยที่ 2 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกกำหนด 3 เดือน ภายในเวลา 1 ปี ห้ามจำเลยที่ 2 เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกประเภท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว คดีของจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้อง ส่วนความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีเมทแอม- เฟตามีนจำนวน 40 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ความผิดฐานดังกล่าวจึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพียงกรรมเดียว มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1/2 เม็ดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอีกกรรมหนึ่ง จึงไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1/2 เม็ดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ส่วนที่ศาลล่างทั้งสองริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่องของกลางนั้น เห็นว่า ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่องของกลางจำเลยที่ 1 ได้นำมาใช้สำหรับติดต่อซื้อขายยาเสพติดให้โทษในคดีนี้อย่างไร โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่องของกลางดังกล่าวจึงไม่ใช่เครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอม- เฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและไม่ใ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง