ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555

ฎีกาที่ 13993/2555

หลักกฎหมาย

เงินได้พึงประเมินที่ได้รับจะเป็นเงินได้ประเภทใดต้องพิจารณานิติกรรมที่เป็นฐานในการก่อให้เกิดเงินได้นั้น และลักษณะเนื้อหางานที่ทำกันจริง ๆ ประกอบกัน โจทก์นำสืบให้เห็นถึงลักษณะงานที่บริษัทผู้รับจ้างปฏิบัติตามสัญญาเป็นเรื่องของการจัดซื้อ จัดจ้างวางโครงสร้างทางการเงิน แสวงหาแหล่งเงินกู้ การทำตลาดในต่างประเทศ พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า ค่าตอบแทนการให้บริการของบริษัทผู้รับจ้างเป็นกำไรจากธุรกิจ มิใช่ค่าสิทธิตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40 (3) เมื่อโจทก์จ่ายเงินได้ดังกล่าวออกไปให้บริษัทผู้รับจ้างซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย จึงไม่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตาม ป.รัษฎากร มาตรา 70

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินเลขที่ ตส.1005300/2/100225 ถึงเลขที่ ตส.1005300/2/100226 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2544 และเลขที่ ตส.1005300/2/100235 ลงวันที่ 28 กันยายน 2544 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ สภ.1(อธ.2)/74/2547 เลขที่ สภ.1(อธ.2)/75/2547 และเลขที่ สภ.1 (อธ.2)/76/2547 ลงวันที่ 27 เมษายน 2547 จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความ 20,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ค่าตอบแทนตามสัญญาให้บริการในต่างประเทศ (Offshore Services Agreement) ในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายที่โจทก์ต้องจ่ายให้แก่บริษัทแพ็คแท้งค์ อินเตอร์เนชั่นแนล บี.วี. จำกัด เป็นจำนวนคงที่เป็นระยะเวลา 6 ปี ซึ่งเรียกว่า Monthly Flat Fee เป็นค่าสิทธิหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้ทำสัญญากับบริษัทแพ็คแท้งค์ อินเตอร์เนชั่นแนล บี.วี.จำกัด 2 สัญญา สัญญาแรกเป็นสัญญาให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Prorerty License Agreement) ซึ่งบริษัทแพ็คแท้งค์ อินเตอร์เนชั่นแนล บี.วี.จำกัด ให้สิทธิโจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าเพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจของโจทก์ และยังมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาแก่โจทก์อันเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญพิเศษ (Know - how) ทางการพาณิชย์ การตลาด การออกแบบ การก่อสร้าง การดำเนินการ การบริหาร และการบำรุงรักษาท่าขนถ่าย คลังเก็บผลิตภัณฑ์ และท่อสำหรับการเก็บ การขนส่ง การจัดการและการจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์ก๊าซเหลวและน้ำมัน ซึ่งความเชี่ยวชาญพิเศษดังกล่าวที่บริษัทแพ็คแท้งค์ อินเตอร์เนชั่นแนล บี.วี.จำกัด มีอยู่นั้น จะถ่ายทอดให้แก่โจทก์ ได้แก่ เทคนิค ระบบ แบบ กระบวนการ การควบคุม แปลน สูตร สารสนเทศ ข้อมูลและวิธีการที่สามารถนำมาใช้ในการประกอบกิจการของโจทก์ได้ โดยโจทก์จะต้องจ่ายค่าสิทธิดังกล่าวเป็นเงินบาทให้แก่บริษัทแพ็คแท้งค์ อินเตอร์เนชั่นแนล บี.วี.จำกัด ในอัตราร้อยละ 0.5 ของรายได้ขั้นต้นของโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งแก่จำเลยตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อีกสัญญาหนึ่งคือสัญญาให้บริการในต่างประเทศ (Offshore Services Agreement) ซึ่งบริษัทแพ็คแท้งค์ อินเตอร์เนชั่นแนล บี.วี.จำกัด ให้คำแนะนำ คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับธุรกิจของโจทก์ เช่น การจัดทำงบประมาณและควบคุมงบประมาณ จัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานของโจทก์ในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์และวัสดุที่เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจ ช่วยเหลือในการจัดหาบุคคลากร ปรับปรุงระบบและการกำหนดมาตรฐานการควบคุมและรักษาความปลอดภัย การจัดเก็บ และการจำหน่ายเคมีภัณฑ์ชนิดเหลว การควบคุมเพลิงและการดับเพลิงและการจัดการสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งเป็นบริการทั่วๆ ไปที่ได้กระทำในต่างประเทศ และสัญญาดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้โจทก์ต้องเก็บรักษาเป็นความลับ ทั้งโจทก์ไม่ต้องส่งผลของการบริการคืนบริษัทแพ็คแท้งค์ อินเตอร์เนชั่นแนล บี.วี.จำกัด เมื่อสิ้นสุดสัญญา โดยแบ่งจ่ายค่าตอบแทนออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกโจทก์จ่ายเป็นจำนวนคงที่ เป็นระยะ 6 ปีแรกของสัญญา โดยตกลงจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 47,500 กิลเดอร์ เรียกว่า Monthly Flat Fee ส่วนที่ 2 โจทก์ต้องจ่ายในอัตราแปรผันตลอดอายุสัญญา โดยตกลงจ่ายเป็นรายเดือน เป็นเงินบาท ในอัตราร้อยละ 1 ของรายได้ เรียกว่า Variable Fee เห็นว่า เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากรนั้น บัญญัติว่า ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น ฯลฯ คำว่า "สิทธิอย่างอื่น" หมายถึงสิทธิที่มีลักษณะทำนองเดียวกับค่าแห่งกู๊ดวิลล์ หรือค่าแห่งลิขสิทธิ์ คำว่า "ค่าสิทธิ" ซึ่งเป็นข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และทางวิทยาศาสตร์ ต้องเป็นข้อมูลหรือความรู้เฉพาะของผู้ให้สิทธิโดยทั่วไปแล้วเจ้าของผู้ให้สิทธิหรือข้อมูลต่าง ๆ ยังมีความหวงกันข้อมูลอยู่และเป็นที่ยอมรับกันว่า ค่าสิทธินั้นไม่ใช่ค่าบริการ แต่เป็นการตั้งค่าโอนหรือค่าอนุญาตให้ใช้หรือค่าถ่ายทอดทรัพย์สินทางปัญญา เช่น อนุญาตให้ใช้ลิขสิทธ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการที่มีอยู่ ต่างกับค่าวิชาชีพอิสระที่เป็นค่าบริการสำหรับการปรับใช้ความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ที่ผู้รับจ้างมีอยู่เพื่อก่อให้เกิดงานหรือผลผลิตแก่ผู้ว่าจ้าง เช่น วิศวกรใช้ความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์ที่ตนมีอยู่ออกแบบสร้างโรงงานแก่ผู้ว่าจ้าง ค่าตอบแทนที่จะถือเป็นค่าสิทธิสามารถนำไปปรับใช้โดยไม่ต้องมีการให้บริการ โจทก์มีนายสุรพงษ์ ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทโจทก์ตั้งแต่ปี 2541 ถึง 2547 นายโกวิท วิศวกรอาวุโสตั้งแต่ปี 2535 ถึง 2537 นา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13993/2555 · ทนอย Thanoy