คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2515
ฎีกาที่ 140/2515
หลักกฎหมาย
การมีปืนซึ่งไม่มีเครื่องหมายของนายทะเบียนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และยังได้พกปืนพร้อมด้วยกระสุนปืนนั้นไปในทางสาธารณะในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควร ย่อมเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 เป็นสองกรรมต่างกันหาใช่กรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทไม่
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 90ป.อ. 91ป.อ. 371พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 3
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนขนาด .22 หนึ่งกระบอกพร้อมกระสุน 3 นัด โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำเลยได้พกอาวุธปืนฯดังกล่าวไปในทางสาธารณะในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 90, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2510 มาตรา 3 จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงดังโจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีอาวุธปืนฯ ตามฟ้องไว้ในความครอบครองและได้พกอาวุธปืนฯ ดังกล่าวไปในทางสาธารณะในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควรจริง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นั้น ยังคลาดเคลื่อนอยู่ ที่ถูกควรเป็นกระทงหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เพราะเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงพิพากษาแก้ ว่าให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯซึ่งเป็นกระทงหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง