คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2482
ฎีกาที่ 1409/2482
หลักกฎหมาย
ที่ศาลจ้าวซึ่งมีผู้อุทิศให้บ้างเรี่ยไรเงินซื้อบ้างและได้ขึ้นทะเบียนก่อนออกกฎกระทรวงนั้นอยู่ในความคุ้มครองของรัฐบาล ข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งผู้ดูแลศาลจ้าวนั้นได้
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 123พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 34พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 5พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 8พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 11
คำพิพากษา (บางส่วน)
ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมที่พิพาทเป็นศาลจ้าวอยู่ก่อนประกาศกฎกระทรวงว่าด้วยสถานชะนิดศาลจ้าว ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๓ โดยที่ดินบางส่วนมีผู้ยกให้และบางส่วนได้ซื้อโดยเงินเรี่ยไร คณะกรมการอำเภอได้จัดการจดทะเบียนเป็นที่ศาลจ้าวไว้แล้ว จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้แต่งตั้งให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ดูแลรักษา โจทก์จึงมาฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่เป็นของโจทก์ ห้ามไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้องขัดขวาง ศาลชั้นต้นฟังว่า เป็นที่ศาลจ้าวโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าที่พิพาทนี้เป็นที่ศาลจ้าวและได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ที่ศาลจ้าวนี้จึงต้องอยู่ในความคุ้มครองของรัฐบาล ตามกฎกระทรวงข้อ ๔ และ ข้อ ๘ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จึงมีอำนาจตั้งจำเลยที่ ๑ ได้ ส่วนกฎกระทรวงข้อ ๓ และข้อ ๕ เป็นเรื่องที่ศาลจ้าวตั้งอยู่ในที่ดินของเอกชนและเอกชนนั้นอุทิศให้เป็นของศาลจ้าวภายหลังที่ได้ออกกฎกระทรวงนั้นแล้วจึงต้องปฏิบัติตามกฎข้อ ๓ และ ๕ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง