คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2557
ฎีกาที่ 14102/2557
หลักกฎหมาย
ระเบียบของโจทก์ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ตอนที่ 11 การใช้บัตรโดยสารและการส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศของพนักงาน พ.ศ.2537 กำหนดว่าพนักงานหมายถึงพนักงานรายเดือนที่โจทก์ตกลงจ้างไว้เป็นประจำและได้รับเงินเดือนตามบัญชีเงินเดือนของโจทก์ โดยให้สิทธิพนักงานซื้อบัตรโดยสารได้ในอัตราพนักงาน จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แม้โจทก์จะมีคำสั่งพักงานจำเลยที่ 1 แต่ระหว่างพักงานจำเลยที่ 1 ยังมีสถานะเป็นพนักงานของโจทก์จึงมีสิทธิใช้บัตรโดยสารที่ได้ดำเนินการออกไว้เดินทางระหว่างพักงานได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าบัตรโดยสารเต็มจำนวน
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินจำนวน 175,981 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 167,382 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัด ศาลแรงงานภาค 8 มีคำสั่งให้พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของจำเลยที่ 1 ไปฝ่ายเดียว จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 8 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2544 จำเลยที่ 1 ทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ถูกผู้โดยสารร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ โจทก์จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนและสั่งพักงานจำเลยที่ 1 มีกำหนด 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2546 จำเลยที่ 1 รับทราบคำสั่งพักงานเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2546 คณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นให้ลงโทษจำเลยที่ 1 โดยการให้ออกตามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ลงวันที่ 29 มกราคม 2546 และรายงานผลการสอบสวนลงวันที่ 17 มีนาคม 2546 โจทก์ลงโทษจำเลยที่ 1 โดยการให้ออกจากการเป็นพนักงานโดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2546 ได้แจ้งเป็นหนังสือให้จำเลยที่ 1 ทราบ ตามหนังสือลงวันที่ 18 เมษายน 2546 โจทก์ทำการชำระบัญชีสรุปยอดเงินที่โจทก์จะต้องจ่ายให้จำเลยที่ 1 และยอดเงินที่จำเลยที่ 1 จะต้องคืนโจทก์ เมื่อโจทก์บอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ทำหนังสือชี้แจงและขอผ่อนการชำระหนี้ไปยังโจทก์และได้ชำระหนี้แล้วจำนวน 5,000 บาท เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อบัตรโดยสารพนักงานจำนวน 1 เที่ยว เส้นทางไปและกลับกรุงเทพ - แฟรงก์เฟิร์ต - กรุงเทพ (BKK - FRA - BKK) ระบุชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้เดินทางใช้เดินทางเที่ยวไปเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2546 เดินทางเที่ยวกลับในเดือนมกราคมแต่ไม่ทราบวันที่แน่ชัดเนื่องจากเดินทางกลับด้วยสายการบินลุฟฮันซ่า บัตรที่จำเลยที่ 1 ซื้อครั้งนี้เป็นบัตรราคาพิเศษสำหรับพนักงานเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมเพียง 3,975 บาท จากราคาเต็มจำนวน 170,945 บาท วันที่ 30 มกราคม 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อบัตรโดยสาร 5 เที่ยว ได้แก่ เที่ยวแรก เส้นทางไปและกลับนครศรีธรรมราช - กรุงเทพ - นครศรีธรรมราช (NST - BKK - NST) ระบุชื่อบิดาจำเลยที่ 1 เป็นผู้เดินทางใช้เดินทางเที่ยวไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2546 เดินทางเที่ยวกลับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 1,420 บาท จากราคาเต็มจำนวน 5,050 บาท เที่ยวที่ 2 เส้นทางไปและกลับนครศรีธรรมราช - กรุงเทพ - นครศรีธรรมราช (NST - BKK - NST) ระบุชื่อบิดาจำเลยที่ 1 เป็นผู้เดินทาง ใช้เดินทางเที่ยวไปเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2546 เดินทางเที่ยวกลับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 1,420 บาท ราคาเต็มจำนวน 5,050 บาท เที่ยวที่ 3 เส้นทางกรุงเทพ - นครศรีธรรมราช (BKK - NST) ระบุชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้เดินทาง ใช้เดินทางเมื่อเดือนตุลาคม 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 710 บาท จากราคาเต็ม 2,525 บาท เที่ยวที่ 4 เส้นทางไปและกลับนครศรีธรรมราช - กรุงเทพ - นครศรีธรรมราช (NST - BKK - NST) ระบุชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้เดินทาง ใช้เดินทางไปและกลับในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 1,420 บาท จากราคาเต็ม 5,050 บาท ครั้งสุดท้ายเส้นทางไปและกลับกรุงเทพ - ลอสแอนเจลิส - กรุงเทพ (BKK - LAX - BKK) ระบุชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้เดินทาง ใช้เดินทางเที่ยวไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2546 และเดินทางเที่ยวกลับเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 17,460 บาท จากราคาเต็ม 62,820 บาท รวมราคาบัตรโดยสารเครื่องบินที่จำเลยที่ 1 ใช้สิทธิพนักงานโจทก์ซื้อไปหากคิดราคาเต็มเป็นเงินจำนวน 251,440 บาท หักเงินที่จำเลยที่ 1 ชำระแล้วจำนวน 26,405 บาท คงเหลือยอดเงินส่วนต่างจำนวน 225,035 บาท ในขณะขอออกบัตรโดยสารจำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบคำสั่งพักงาน แล้ววินิจฉัยว่าในการออกบัตรโดยสารพนักงานของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 9 และ 30 มกราคม 2546 นั้น จำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบว่าถูกพักงาน จำเลยที่ 1 ย่อมใช้สิทธิพนักงานซื้อหรือออกบัตรโดยสารได้ ถือว่าการออกบัตรโดยสารของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นไปโดยชอบตามระเบียบของโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1 ได้บัตรโดยสารแล้วย่อมมีสิทธิใช้บัตรโดยสารนั้นได้แม้ภายหลังจะถูกพักงานก็ตาม เพราะในระหว่างถูกพักงานยังถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ยังเป็นพนักงานของโจทก์อยู่ ทั้งการที่โจทก์ออกคำสั่งของจำเลยที่ 1 ออกเป็นการออกคำสั่งย้อนหลังเป็นให้ออกตั้งแต่วันถูกพักงานคือวันที่ 15 มกราคม 2546 ซึ่งขณะนั้นจำเลยที่ 1 ใช้บัตรโดยสารที่ออกไว้เกือบหมดแล้ว ยังเหลือเพียงบัตรโดยสารในเส้นทางลอสแอนเจลิส - กรุงเทพมหานคร (LAX - BKK) และเส้นทางกรุงเทพมหานคร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง