คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549
ฎีกาที่ 1413/2549
หลักกฎหมาย
แม้ตามใบกำกับสินค้าจะมีข้อความระบุราคาเป็นราคา FOB ก็ตาม แต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคู่สัญญาว่า ผู้ซื้อไม่ได้มีหน้าที่ว่าจ้างผู้ขนส่งให้นำเรือไปรับสินค้าจากผู้ขายหรือให้ผู้ขายช่วยว่าจ้างผู้ขนส่งแทน โดยผู้ซื้อออกค่าขนส่งเองตามเงื่อนไขของการซื้อขายแบบ FOB ดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อผู้ซื้อพบว่าสินค้าเสียหายและส่งสินค้าคืนแก่บริษัท บ. ตามที่ผู้ขายจะปฏิเสธไม่รับสินค้าตามสิทธิที่กระทำได้หากเป็นการซื้อขายภายใต้เงื่อนไข FOB ดังกล่าว ซึ่งความเสี่ยงภัยในการสูญหายหรือเสียหายของสินค้าได้ตกอยู่แก่ผู้ซื้อแล้ว เนื่องจากมีการขนสินค้าข้ามพ้นกราบเรือ ณ ท่าเรือต้นทางแล้ว แต่ผู้ขายก็ยอมรับสินค้าคืน ซึ่งส่อแสดงว่าคู่สัญญาดังกล่าวมิได้ถือปฏิบัติตามเงื่อนไข FOB เป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าคู่สัญญาซื้อขายรายนี้ระบุข้อความคำว่า "FOB" เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับราคาสินค้าเพียงเพื่อใช้แสดงราคาเท่านั้น มิใช่มีข้อตกลงให้นำเรื่องหน้าที่และการโอนความเสี่ยงภัยตามเงื่อนไข FOB ของ INCOTERM มาใช้ด้วย ดังนั้น เมื่อสินค้าเสียหายผู้ขายจึงยังต้องรับผิด เหตุแห่งความเสียหายของสินค้าที่ขนส่งเกิดขึ้นจากการที่น้ำทะเลท่วมเข้าไปถูกตู้สินค้าซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 4 จึงเป็นกรณีจำเลยร่วมที่ 4 ผู้ขนส่งอื่นต้องรับผิดในความเสียหายของสินค้าที่ขนส่งตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 44 ประกอบมาตรา 39 วรรคหนึ่ง และแม้ความเสียหายของสินค้าจะเกิดขึ้นในระหว่างสินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยร่วมที่ 4 ผู้ขนส่งอื่น จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ขนส่งก็ต้องรับผิดในความเสียหายของสินค้านั้นด้วย ตามมาตรา 43 และจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยความรับผิดของจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยที่มีต่อบุคคลอื่นในการขนส่งสินค้าของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดของจำเลยที่ 1 ด้วย สำหรับจำเลยร่วมที่ 3 ผู้ขนส่งอื่นได้รับการมอบหมายจากจำเลยที่ 1 ให้ขนส่งสินค้า เมื่อเหตุแห่งความเสียหายเกิดขึ้นในช่วงการขนส่งที่จำเลยร่วมที่ 3 ได้รับมอบหมายจำเลยร่วมที่สามจึงต้องรับผิดในความเสียหายของสินค้านี้เช่นกัน ค่าสำรวจความเสียหายถือได้ว่าเป็นผลจากความเสียหายของสินค้าที่ผู้ขนส่งต้องรับผิดด้วย
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 3พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 39พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 43พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 44พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 52พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 58
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายจำนวน 2,018,153.96 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,920,908 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ว่าจ้างบริษัทซีแลนด์เซอร์วิส อินคอร์โพเรชั่น จำกัด ให้เป็นผู้ขนส่งคดีนี้ บริษัทดังกล่าวได้ออกใบตราส่งให้แก่จำเลยที่ 1 และมอบหมายให้บริษัทดัม-สกิป เซลสกาเบท อาฟ 1912 อักติเซลสกาป จำกัด และบริษัทอักติ เซลสกาเบท ดัมสกิปเซลสกาเบท สเวนด์บอร์ก จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการขนส่งทางทะเลโดยใช้ชื่อว่า สายการเดินเรือเมอร์สก และเป็นเจ้าของเรือ MAERSK TACOMA เป็นผู้ขนส่ง ความเสียหายของสินค้าที่ขนส่งเกิดขึ้นจากความผิดของทั้งสามบริษัทดังกล่าวหากจำเลยที่ 1 แพ้คดีนี้ โดยต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น จำเลยที่ 1 สามารถใช้สิทธิไล่เบี้ยแก่ทั้งสามบริษัทได้ ขอให้เรียกบริษัททั้งสามดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต และให้เรียกบริษัทดัม-สกิป เซลสกาเบท อาฟ 1912 อักติเซลสกาป จำกัด เป็นจำเลยร่วมที่ 1 บริษัท อักติ เซลสกาเบท ดัมสกิปเซลสกาเบท สเวนด์บอร์ก จำกัด เป็นจำเลยร่วมที่ 2 และบริษัทซีแลนด์ เซอร์วิส อินคอร์โพเรชั่น จำกัด เป็นจำเลยร่วมที่ 3 จำเลยร่วมที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยร่วมที่ 3 ยื่นคำร้องว่า หลังจากจำเลยร่วมที่ 3 ออกใบตราส่งให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยร่วมที่ 3 ได้มอบหมายให้บริษัทโอเรียนท์ โอเวอร์ซีส์ คอนเทนเนอร์ไลน์ จำกัด และบริษัทโอโอซีแอล ไทยแลนด์ จำกัด ร่วมกันขนส่งสินค้าตามคำฟ้องจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังดินแดนไต้หวัน และทั้งสองบริษัทดังกล่าวได้นำเรือ OOCL APPLAUSE มาขนส่งสินค้า ทั้งสองบริษัทนี้จึงอยู่ในฐานะผู้ขนส่งอื่นตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 3 และปรากฏว่าสินค้าได้รับความเสียหายในช่วงการขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังถึงดินแดนไต้หวัน หากศาลพิพากษาให้จำเลยร่วมที่ 3 แพ้คดี จำเลยร่วมที่ 3 สามารถใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ทั้งสองบริษัทได้ขอให้หมายเรียกบริษัทโอเรียนท์ โอเวอร์ซีส์ คอนเทนเนอร์ไลน์ จำกัด และบริษัทโอโอซีแอล ไทยแลนด์ จำกัด เข้ามาในคดี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต และให้เรียกบริษัทโอเรียนท์ โอเวอร์ซีส์ คอนแทนเนอร์ไลน์ จำกัด เป็นจำเลยร่วมที่ 4 บริษัทโอโอซีแอล ไทยแลนด์ จำกัด เป็นจำเลยร่วมที่ 5 จำเลยร่วมที่ 4 และที่ 5 ให้การในทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ในประการแรกว่า โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยไปโดยชอบอันเป็นเหตุให้ได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องคดีนี้หรือไม่ โดยปัญหานี้เห็นสมควรวินิจฉัยตามข้ออุทธรณ์ของโจทก์ว่า บริษัทเคพโทรนิคอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสินค้าที่เอาประกันภัยไว้แก่โจทก์หรือไม่เสียก่อน ในข้อนี้ข้อเท็จจริงได้ความตามใบกำกับสินค้าว่า บริษัทเคพโทรนิค อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ขายสินค้าประเภทหลอดภาพคอมพิวเตอร์ให้แก่บริษัทเคพโทรนิค ยูเอสเอ (ฮ่องกง) จำกัด ในราคาเอฟโอบี (FOB) เป็นเงิน 142,940 ดอลลาร์สหรัฐ จึงมีปัญหาต้องพิจารณาต่อไปว่า การระบุราคาสินค้าเป็นราคาเอฟโอบีเช่นนี้ เป็นการแสดงว่า การซื้อขายสินค้ารายนี้ผู้ซื้อผู้ขายประสงค์จะใช้เงื่อนไขเอฟโอบี อันเป็นเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ (Incoterms) ซึ่งมีความหมายว่า เป็นการซื้อขายสินค้าที่ผู้ซื้อมีหน้าที่จัดหาเรือมาบรรทุกสินค้า ณ ท่าเรือต้นทาง และความเสี่ยงภัยในการสูญหายหรือเสียหายของสินค้าตกแก่ผู้ซื้อเมื่อสินค้าข้ามพ้นกราบเรือที่ท่าเรือต้นทางดังที่จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมทั้งห้าให้การและนำสืบหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามใบกำกับสินค้าจะมีข้อความระบุราคาเป็นราคาเอฟโอบีก็ตามแต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคู่สัญญาว่า ผู้ซื้อไม่ได้มีหน้าที่ว่าจ้างผู้ขนส่งให้นำเรือไปรับสินค้าจากผู้ขายหรือให้ผู้ขายช่วยว่าจ้างผู้ขนส่งแทน โดยผู้ซื้อออกค่าขนส่งเองตามเงื่อนไขของการซื้อขายแบบ FOB ดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อผู้ซื้อพบว่าสินค้าเสียหายและส่งสินค้าคืนแก่บริษัทเคพโทรนิค อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แทนที่ผู้ขายจะปฏิเสธไม่รับคืนสินค้าตามสิทธิที่กระทำได้หากเป็นการซื้อขายสินค้าภายใต้เงื่อนไข FOB ดังกล่าวซึ่งความเสี่ย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง