คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2535
ฎีกาที่ 1432/2535
หลักกฎหมาย
จำเลยขับรถเทรลเลอร์ บรรทุกตู้สำนักงานชั่วคราวไปตามถนนวิทยุด้วยความเร็วสูงชนกับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ที่เกาะกลางถนน เป็นเหตุให้ตู้สำนักงานชั่วคราวหลุดตกลงกระแทกกับรถยนต์ที่ผู้ตายขับสวนทางมารถผู้ตายเสียการทรงตัวแล่นไถลไปชนกับรถยนต์โดยสารปรับอากาศขนาดกลางและต้นไม้ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย การที่จำเลยขับรถยนต์ลากจูงรถพ่วงบรรทุกตู้สำนักงานขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสูงจากพื้นถนนถึง 3.60 เมตร ไปตามถนนซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมบนเกาะกลางถนนตลอดเส้นทางด้วยความเร็วสูง ในขณะที่ไฟฟ้าสาธารณะริมถนนดับหมด จนเป็นเหตุให้ตู้สำนักงานชั่วคราวที่บรรทุกมาบนรถจำเลยเฉี่ยวชนกับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ถือได้ว่า เป็นการกระทำโดยประมาทจำเลยจึงมีความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย การกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 กับตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 35,157 และมาตรา78,160 วรรคแรก เป็นความผิดต่างกรรม รวม 3 กระทง
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 91ป.อ. 291พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 35พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 43พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 78พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 157พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 160
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2530 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยขับรถยนต์ประเภทส่วนบุคคลลากจูง (เทรลเลอร์) คันหมายเลขทะเบียน 83-8438 กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ลากรถพ่วงที่บรรทุกตู้สำนักงานชั่วคราว กว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร สูงจากพื้นถนน 3.60 เมตรไปตามถนนวิทยุจากทางด้านแยกเพลินจิตมุ่งหน้าไปทางแยกวิทยุในช่องการเดินรถช่องกลางด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังโดยจำเลยมิได้จัดให้ตู้สำนักงานชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บนรถพ่วงได้มีสิ่งยึดเหนี่ยว ให้ติดตรึงแน่นกับรถพ่วง จำเลยเพียงแต่ตั้งตู้สำนักงานชั่วคราวไว้บนรถพ่วงเท่านั้น และจำเลยรู้อยู่แล้วว่าตู้สำนักงานชั่วคราวที่บรรทุกอยู่บนรถพ่วงนั้นมีขนาดใหญ่ และสูงจำเลยจำต้องหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใช้ถนนที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมเพื่อมิให้ไปชนกระแทกกับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บนถนน และจำเลยจำต้องขับรถในช่องเดินรถซ้ายสุดตามกฎหมาย แต่จำเลยมิได้กระทำกลับขับรถคันดังกล่าวแล่นไปบนถนนวิทยุด้วยความเร็วสูง ขณะที่จำเลยขับรถไปถึงหน้าสถานทูตนิวซีแลนด์ ตู้สำนักงานชั่วคราวซึ่งอยู่บนรถพ่วงจึงกระแทกกับต้นไม้ต้นหนึ่งบนเกาะกลางถนนซึ่งยื่นล้ำเข้ามาในทางด้านซ้ายมือทำให้ตู้สำนักงานชั่วคราวขยับเคลื่อนและเลื่อนตกจากรถพ่วงในลักษณะปิดขวางล้ำเข้าไปในช่องทางเดินรถสวน ขณะนั้นนายอุกฤษ บุญดีเจริญ ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อวอลโว่หมายเลขทะเบียน8 จ-9759 กรุงเทพมหานคร แล่นมาตามถนนวิทยุ สวนทางกับรถยนต์คันที่จำเลยขับไป ตู้สำนักงานชั่วคราวดังกล่าวได้กระแทกเข้ากับรถยนต์เก๋งวอลโว่บริเวณด้านขวามือ ตรงจุดคนขับทำให้ห้องเครื่องยนต์และหลังคารถบุบยุบ ได้รับความเสียหาย นายอุกฤษได้รับบาดเจ็บสาหัสและหมดสติไม่สามารถบังคับรถได้ รถยนต์วอลโว่ได้เสียหลักแล่นไถลขึ้นไปบนเกาะกลางถนนเฉี่ยวชนกับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งอยู่บนเกาะนั้นหน้ารถยนต์วอลโวเลยเกาะล้ำเข้าไปในช่องทางเดินรถช่องที่ 2 จากทางเท้าซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่นายสุบิน ศรีศร ขับรถยนต์โดยสารขนาดกลางหมายเลขทะเบียน30-0153 กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนวิทยุในช่องทางเดินรถช่องที่ 2จากทางเท้าดังกล่าวจากด้านแยกเพลินจิตมุ่งหน้าไปทางแยกวิทยุผ่านไปถึงบริเวณนั้น เป็นเหตุให้รถยนต์โดยสารขนาดกลางชนกับด้านหน้ารถยนต์วอลโว ทำให้รถยนต์โดยสารขนาดกลางได้รับความเสียหายต่อมาวันรุ่งขึ้นนายอุกฤษถึงแก่ความตาย เกิดเหตุแล้วจำเลยได้หลบหนีไปไม่ช่วยเหลือตามสมควร ไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 291 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 35, 43, 78, 157, 160 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 43, 78,157, 160 วรรคแรก แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291กับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 ปี ลงโทษในความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 157 ปรับ 1,000บาท และความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา78, 160 วรรคแรก จำคุก 1 เดือน รวมโทษจำคุก 2 ปี 1 เดือน ปรับ1,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2530 เวลาประมาณ 24 นาฬิกา จำเลยขับรถยนต์ส่วนบุคคลประเภทลากจูงหรือรถเทรลเลอร์ลากรถพ่วงบรรทุกตู้สำนักงานชั่วคราวโดยมีโซ่เหล็กขนาด 3 หุน จำนวน 2 เส้น รัดตู้ดังกล่าวทางด้านหน้าและด้านหลังไว้กับรถพ่วงไปบนถนนวิทยุในทางเดินรถช่องกลางจากทางแยกเพลินจิตมุ่งหน้าไปทางแยกวิทยุ ขณะนั้นไฟฟ้าสาธารณะบนถนนวิทยุดับตลอดทาง เมื่อจำเลยขับรถถึงสถานที่เกิดเหตุ ตู้สำนักงานชั่วคราวซึ่งจำเลยบรรทุกมาได้ชนกระแทกกับต้นไม้ใหญ่บนเกาะกลางถนนที่ยื่นล้ำเข้าไปในช่องเดินรถ เป็นเหตุให้ตู้สำนักงานชั่วคราวเลื่อนตกจากรถพ่วงลงไปบนพื้นถนน ตู้ดังกล่าวจึงขวางทางรถในช่องเดินรถที่แล่นสวนมา ขณะเดียวกันผู้ตายได้ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อวอลโว ไปตามถนนวิทยุในทางเดินรถช่องกลางจากทางแยกวิทยุมุ่งหน้าไปทางแยกเพลินจิตสวนทางกับรถจำเลย ต่อมาปรากฏว่ารถคันที่ผู้ตายขับได้ชนต้นไม้และชนกับรถยนต์โดยสารปรับอากาศขนาดกลางรถคันที่ผู้ตายขับและรถโดยสารปรับอากาศขนาดกลางได้รับความเสียหาย วันรุ่งขึ้นผู้ตายถึงแก่ความตาย คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 157 ปรับ 1,000 บาท และความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคแรก จำคุก 1 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง