คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537
ฎีกาที่ 1441/2537
หลักกฎหมาย
การที่จำเลยมอบอำนาจให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภ. เป็นตัวแทนในการจัดสรรที่ดินและปลูกบ้านขายโดยให้มีอำนาจตั้งตัวแทนช่วงได้แล้วห้างหุ้นส่วนจำกัด ภ. มอบอำนาจให้โจทก์เป็นตัวแทนช่วงโจทก์จึงกระทำการต่าง ๆ เกี่ยวกับการปลูกสร้างบ้านและจัดสรรที่ดินของจำเลยเป็นขั้นตอนหลายประการจนถึงขนาดจำเลยมอบอำนาจโดยตรงให้โจทก์เป็นผู้ชี้แจงเรื่องภาษีต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรเช่นนี้จำเลยกับโจทก์จึงมีนิติสัมพันธ์กันในฐานะตัวการตัวแทนตลอดมาโจทก์มีอำนาจออกเงินทดรองจ่ายแทนจำเลยและเรียกให้จำเลยรับผิดชดใช้คืนให้แก่โจทก์ได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมอบอำนาจให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยาทำการจัดสรรที่ดินและก่อสร้างบ้านพักอาศัยขาย และมีอำนาจตั้งตัวแทนช่วงได้ ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยาได้มอบอำนาจให้โจทก์เป็นตัวแทนช่วง โจทก์เข้าทำกิจการจัดสรรที่ดินของจำเลยโดยก่อสร้างบ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ขายให้บุคคลทั่วไปโจทก์ออกเงินทดรองจ่ายค่าวัสดุก่อสร้างรวม 320,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยได้มอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยาเป็นตัวแทนเฉพาะในการขายและรับเงินเท่านั้น ไม่ได้มอบอำนาจให้ทดรองการจ่ายเงิน จำเลยไม่รู้เห็นหรือทราบเรื่องที่โจทก์ได้รับมอบอำนาจจากห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยาให้เป็นตัวแทนช่วงและไม่เคยเชิดโจทก์ให้เป็นตัวแทนของจำเลย โจทก์ไม่ได้ออกเงินทดรองค่าใช้จ่ายจำนวนเงิน 320,000 บาท แทนจำเลย หนังสือมอบอำนาจเป็นเอกสารปลอม ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 320,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 31 สิงหาคม2529 จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อ 2 มีว่าโจทก์เป็นตัวแทนของจำเลยและมีอำนาจจ่ายเงินทดรองหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าจำเลยมอบอำนาจให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยาเป็นตัวแทนในการจัดสรรที่ดินและปลูกบ้านขาย ไม่ได้มอบอำนาจให้ทดรองจ่ายเงิน การมอบอำนาจระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยากับโจทก์จึงต้องอยู่ภายในขอบเขตที่จำเลยมอบอำนาจเท่านั้นทั้งหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวก็ไม่มีข้อความว่าให้โจทก์ทดรองจ่ายเงินแต่อย่างใด การที่โจทก์นำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นเพียงสำเนานายสุทัศน์ ภักดีพาณิชย์ และนายชาญศักดิ์ เกื้อทิพย์วิทยาซึ่งโจทก์อ้างว่ามอบอำนาจให้โจทก์ไม่ได้มาเบิกความรับรองลายมือชื่อและไม่มีการส่งลายมือชื่อบุคคลทั้งสองไปพิสูจน์ จึงเป็นเอกสารปลอมเห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายว่าในการที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยามอบอำนาจให้โจทก์เป็นตัวแทนช่วงนั้นจำเลยทราบโดยแสดงออกแจ้งชัดและโดยปริยายยินยอมให้โจทก์เป็นตัวแทนและเชิดโจทก์อันมีลักษณะเป็นตัวแทนเชิดหรือตัวแทนโดยปริยายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 821 ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 798 การเป็นตัวแทนเชิดหรือตัวแทนโดยปริยายในการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่จำต้องตั้งโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ การนำสืบพยานบุคคลเกี่ยวกับการที่โจทก์มีอำนาจออกเงินทดรองจ่ายซึ่งนอกเหนือจากข้อความที่ปรากฏในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.7 จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 โจทก์เบิกความว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยา โดยนายชาญศักดิ์กับนายสุทัศน์ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากจำเลยให้ตั้งตัวแทนช่วงได้มอบอำนาจทั่วไปให้โจทก์ทำการจัดสรรที่ดินพร้อมปลูกบ้านพักอาศัยของจำเลย ปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.7 หลังจากนั้นโจทก์ติดต่อกับจำเลยทั้งทางโทรศัพท์และไปติดต่อที่กรุงเทพมหานครกับทำการโฆษณาปรากฏตามหนังสือพิมพ์เอกสารหมาย จ.15 จ.16 และ จ.17 และโจทก์ลงชื่อเป็นผู้จะขายที่ดินที่จัดสรรนี้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยาด้วยปรากฏตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รวม 10 ฉบับเอกสารหมาย จ.18 ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอาคาร ห้างหุ้นส่วนจำกัดภักดีวิทยาเป็นผู้มอบเงินให้โจทก์ไปดำเนินการก่อสร้าง โจทก์เป็นผู้ซื้อวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างจากร้านต่าง ๆ หลายร้านในจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดชลบุรี เมื่อร้านต่าง ๆ ส่งสินค้ามาแล้วก็จะส่งใบรับเงินมาคิดเงินกับโจทก์ โจทก์ก็จะนำเงินที่ได้รับจากห้างดังกล่าวจ่ายให้ร้านค้า กรณีเงินไม่พอโจทก์ก็จะออกเงินทดรองจ่าย แล้วไปคิดบัญชีกับห้างดังกล่าวในภายหลัง และทางห้างก็จะนำเงินมาชำระให้โจทก์ เช็คที่โจทก์ทดรองจ่ายปรากฏตามสำเนาเช็คเอกสารหมาย จ.19 การจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่ผู้จะซื้อบางรายจำเลยมอบอำนาจให้นายมิ่ง อยู่เจริญ ดำเนินการแทนบางรายก็มอบอำนาจให้โจทก์ดำเนินการแทนปรากฏตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจจำนวน 32 ฉบับเอกสารหมาย จ.20 เมื่อลูกค้าได้ชำระค่าซื้อบ้านและที่ดินแล้วโจทก์ก็จะนำเงินไปซื้อตั๋วแลกเงินหรือเช็คมอบให้นายวันชัยศรียาตรา เจ้าหน้าที่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด นำไปเข้าบัญชีของจำเลยเพื่อหักชำระหนี้ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ซึ่งจำเลยเป็นหนี้อยู่ โดยโจทก์กับนายมิ่งลงชื่อสลักหลังตั๋วแลกเงินหรือเช็คด้วย ปรากฏตามสำเนาตั๋วแลกเงินและสำเนาด้านหลังตั๋วแลกเงินจำนวน 20 ฉบับ เอกสารหมาย จ.21 กับสำเนาตั๋วแลกเงินเอกสารหมาย จ.22เมื่อต้นปี 2529 จำเลยถูกสรรพากรจังหวัดฉะเชิงเทราเรียกเก็บภาษีในการขายอสังหาริมทรัพย์ตามโครงการบ้านและที่ดินที่จัดสรรนี้จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ไปชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่สรร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง