คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2530
ฎีกาที่ 1448/2530
หลักกฎหมาย
การสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 เป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลแต่ละชั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับต่อศาลอุทธรณ์ ย่อมเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะสั่ง โจทก์จะฎีกาคำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกาไม่ได้.(ที่มา-ส่งเสริม)
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
มูลคดีนี้เนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน และให้จำเลยแบ่งสินสมรสแก่โจทก์กับให้จำเลยจ่ายค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าโจทก์จะสมรสใหม่ จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องว่าการหย่าโดยคำพิพากษามีผลตั้งแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุด คำพิพากษาศาลชั้นต้น ยังไม่ถึงที่สุด จึงยังไม่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่มีเหตุที่จะขอทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่าคำสั่งเรื่องขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 นั้นเป็นอำนาจของศาลแต่ละศาลเป็นขั้น ๆ ไปเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแล้วจะฎีกาไม่ได้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์ค่าทนายความให้เป็นพับ".
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง