ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555

ฎีกาที่ 14629/2555

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ต่างมารวมกันเพื่อเสพยาเสพติดให้โทษ โดยเมทแอมเฟตามีนที่ตรวจพบอยู่ในสภาพกระจัดกระจายทั้งบนโต๊ะและบนพื้น มิได้อยู่ในสภาพนำมากองรวมกัน แสดงว่ามีการแบ่งเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายแต่ละคนเข้าครอบครองก่อนแล้ว แต่เมทแอมเฟตามีนที่อยู่ในสภาพกระจัดกระจายดังกล่าวไม่อาจรับฟังให้เป็นผลร้ายว่าจำเลยทั้งหมดมีเจตนาร่วมกันครอบครองทั้งจำนวนตามที่โจทก์ฟ้อง คงฟังได้แต่เพียงว่าเฉพาะจำเลยที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเฉพาะในส่วนของแต่ละคนที่มีไว้เพื่อเสพเท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้โทษของจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจากรอการลงโทษเป็นไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยดังกล่าว ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 จะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 และปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 9 ที่มิได้ฎีกาด้วยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสิบสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 91 ริบของกลาง และนำโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ศาลรอการลงโทษไว้รวมเข้ากับโทษคดีนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน โดยจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 10 ถึงที่ 12 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 สำหรับจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกสามเดือนภายในระยะเวลา 1 ปี กับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 เห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ห้ามจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 สำหรับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนมาแล้วหลายครั้ง ศาลเคยให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตัวเป็นพลเมืองดีแล้วแต่จำเลยที่ 1 กลับยุ่งเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนอีก จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน บวกโทษจำคุกที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 7427/2544 และคดีหมายเลขแดงที่ 1169/2546 ของศาลชั้นต้น คดีละ 6 เดือน เข้ากับโทษจำคุกคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 18 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนและอุปกรณ์สำหรับเสพเมทแอมเฟตามีนของกลาง เงินสดของกลางคืนแก่เจ้าของ ส่วนจำเลยอื่นและข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 อีกฐานหนึ่ง จำคุกคนละ 1 ปี เมื่อรวมกับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนแล้ว รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 18 เดือน (ที่ถูก เมื่อบวกโทษจำคุกคดีละ 6 เดือน รวมสองคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 18 เดือน) จำคุกจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 คนละ 1 ปี 6 เดือน ไม่ลงโทษปรับ และไม่รอการลงโทษกับไม่คุมความประพฤติ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสิบสองกับพวกอีก 10 คน ซึ่งเป็นเยาวชนที่ห้องเลขที่ 555 โรงแรมฮาร์ทอินน์ ตั้งอยู่ที่ถนนศรีนครินทร์หมู่ที่ 5 ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมกับยึดได้เมทแอมเฟตามีน 53 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.67 กรัม กับขวดซึ่งดัดแปลงเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้เสพเมทแอมเฟตามีน 2 ชุด เงินสด 73,080 บาท เป็นของกลาง สำหรับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน โจทก์และจำเลยทั้งสิบสองไม่อุทธรณ์ คดีสำหรับความผิดฐานนี้เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 9 มิได้ฎีกา ความผิดฐานดังกล่าวจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ว่า จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า ร้อยตำรวจเอกชาญวุธ กับสิบตำรวจเอกมานะ ผู้จับกุม ซึ่งเป็นประจักษ์พยานฝ่ายโจทก์ที่เข้าตรวจค้นห้องเกิดเหตุเบิกความยืนยันว่า พยานได้เฝ้าสังเกตเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยพยานเห็นกลุ่มวัยรุ่นเข้าออกห้องเกิดเหตุเป็นจำนวนมาก เมื่อให้พนักงานของโรงแรมเคาะเรียกและเปิดประตูเข้าไป เห็นกลุ่มวัยรุ่นส่วนหนึ่งนั่งล้อมวงอยู่บริเวณห้องโถง และอีกส่วนหนึ่งอยู่ในห้องนอนทั้ง 2 ห้อง จึงเรียกให้มารวมกันที่บริเวณห้องโถง เมื่อเปิดไฟในห้องจึงพบเมทแอมเฟตามีนของกลางในสภาพกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะและบนพื้น นอกจากนี้ยังพบขวดซึ่งมีลักษณะถูกดัดแปลงสำหรับใช้เป็นอุปกรณ์เสพเมทแอมเฟตามีน 2 ขวด และเงินสดอีก 73,080 บาท วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน พยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการไปตามหน้าที่ไม่มีเหตุว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำให้จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ต้องรับโทษ โดยผลการตรวจปัสสาวะของจำเลยท
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14629/2555 · ทนอย Thanoy