ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2532

ฎีกาที่ 1475/2532

หลักกฎหมาย

แม้โจทก์ได้รับหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้จากจำเลยทั้งสองแต่ ความจริงหนี้สินดังกล่าวได้ ระงับไปแล้วตาม เหตุผลในรายละเอียดที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ชอบที่จะหยิบยกเป็นข้อต่อสู้หากจะถูก จำเลยฟ้องเป็นคดีขึ้นในอนาคต มิใช่ด่วนมายื่นฟ้องจำเลยต่อ ศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาแสดงว่าโจทก์จำเลยมิได้มีหนี้สินใด ๆ ต่อ กัน กรณีของโจทก์จึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 อันจะถือว่าถูกโต้แย้งสิทธิหรือจำเป็นต้อง ใช้สิทธิในทางศาล ส่วนข้อที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเอกสาร น.ส.3 ก.นั้น โจทก์กล่าวอ้างมาในฟ้องว่า จำเลยได้ ยึด น.ส.3 ก. ของโจทก์ไว้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน ต่อ มาโจทก์ชำระหนี้แก่จำเลยทั้งสองแล้ว แต่ จำเลยทั้งสองไม่ได้คืน น.ส.3 ก. ให้แก่โจทก์ ดังนี้เป็นกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิติดตาม เอา น.ส.3 ก. ของโจทก์คืน โดยอ้างว่าโจทก์ได้ ชำระหนี้เงินกู้เสร็จสิ้นแล้ว จำเลยไม่มีอำนาจยึดน.ส.3 ก. ของโจทก์ไว้ต่อไป ถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้ว.

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ ฟ้องว่า โจทก์เคยทำสัญญากู้เงินจากจำเลยทั้งสอง และจำเลยทั้งสองได้ยึด น.ส.3ก. ของโจทก์ไว้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน ต่อมาโจทก์ชำระหนี้ให้จำเลยทั้งสองแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ได้คืน น.ส.3ก. ให้แก่โจทก์ ขอให้พิพากษาแสดงว่าโจทก์กับจำเลยทั้งสองไม่มีหนี้สินใด ๆ ต่อกัน และให้จำเลยคืนสัญญากู้เงินที่โจทก์ให้ไว้พร้อม น.ส.3ก. ให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ได้ความตามฟ้องของโจทก์ว่า มูลเหตุที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้เป็นเพราะโจทก์ได้รับหนังสือทวงถามจากทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากจำเลยทั้งสองให้โจทก์ชำระหนี้แก่จำเลย ซึ่งโจทก์อ้างว่าความจริงแล้วขณะนี้โจทก์และจำเลยมิได้มีหนี้สินใดต่อกัน จึงฟ้องเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาดังกล่าวสำหรับปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่โจทก์ได้รับหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้จากจำเลยทั้งสอง หากความจริงหนี้สินดังกล่าวได้ระงับไปแล้วตามเหตุผลในรายละเอียดที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ชอบที่จะหยิบยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้หากจะถูกจำเลยฟ้องเป็นคดีขึ้นในอนาคต มิใช่ว่าด่วนมายื่นฟ้องจำเลยต่อศาล เพื่อให้มีคำพิพากษาแสดงว่าโจทก์จำเลยมิได้มีหนี้สินใด ๆ ต่อกัน กรณีของโจทก์จึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 อันจะถือว่าเป็นเรื่องถูกโต้แย้งสิทธิหรือจำเป็นต้องใช้สิทธิในทางศาลแต่ประการใด ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยคืนเอกสาร น.ส.3ก. เลขที่ 1510 นั้นโจทก์กล่าวอ้างมาในฟ้องว่า จำเลยได้ยึด น.ส.3ก. ของโจทก์ไว้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน ต่อมาโจทก์ได้ชำระหนี้แก่จำเลยทั้งสองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ได้คืน น.ส.3ก. ให้แก่โจทก์ ดังนี้ เห็นว่าเป็นกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิติดตามเอา น.ส.3ก. ของโจทก์คืน โดยอ้างว่าโจทก์ได้ชำระหนี้เงินกู้เสร็จสิ้นแล้ว จำเลยไม่มีอำนาจยึด น.ส.3ก. ของโจทก์ไว้ต่อไป ถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเฉพาะในข้อนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2532 · ทนอย Thanoy