ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550

ฎีกาที่ 1477/2550

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เป็นสามีจำเลยที่ 1 เมื่อ ส. สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งให้ ส. จำเลยที่ 1 ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับก่อนส่งมอบ แม้การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนยังไม่สำเร็จบริบูรณ์แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองก็เป็นการลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อน จึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 92, 83, 33 ริบของกลางทั้งหมด เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 และนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3883/2544 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม, 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นสองกรรม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 14 ปี ปรับคนละ 750,000 บาท ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกละ 6 ปี ปรับคนละ 390,000 บาท รวมจำคุกคนละ 20 ปี ปรับคนละ 1,140,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 26 ปี 8 เดือน ปรับ 1,520,000 บาท ชั้นจับกุมจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน ปรับ 760,000 บาท ชั้นพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน ปรับ 760,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกินสองปี ริบเมทแอมเฟตามีนกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง ส่วนคำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี ปรับ 300,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 4 เดือน ปรับ 200,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีกำหนด 14 ปี ปรับ 750,000 บาท เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 18 ปี 8 เดือน ปรับ 1,000,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 ปี 4 เดือน ปรับ 500,000 บาท ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 ได้พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด เมื่อตรวจค้นบ้านของจำเลยทั้งสอง เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน 570 เม็ด ซ่อนอยู่ใต้หมอนบนที่นอนในห้องนอน ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยมาแล้วในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 โดยศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มอบเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด ให้จำเลยที่ 1 ไปส่งมอบให้นายสุรพงษ์ตามที่นายสุรพงษ์สั่งซื้อ จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนไว้ในกางเกงในแล้วขับรถจักรยานยนต์ไปบ้านนายสุรพงษ์ แต่เมื่อไปถึงบ้านนายสุรพงษ์จำเลยที่ 1 ยังไม่ทันส่งมอบเมทแอมเฟตามีน เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 พร้อมเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด ได้ก่อน ซึ่งโจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นสามีจำเลยที่ 1 เมื่อนายสุรพงษ์สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งให้นายสุรพงษ์ จำเลยที่ 1 ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับก่อนส่งมอบ แม้การซื้อขายเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด ยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองก็เป็นการลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อน จึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน และพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหานี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีน 764 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีน 764 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยที่ 1 มี
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1477/2550 · ทนอย Thanoy