คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2542
ฎีกาที่ 1478/2542
หลักกฎหมาย
จำเลยรับว่าได้ถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้เป็นของกลางจริง โดยอ้างว่าได้รับอนุญาตจาก อ. เจ้าของรถให้ยืมชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ดังกล่าวซึ่งขัดต่อเหตุผล เนื่องจากการถอดชิ้นส่วนจาก รถจักรยานยนต์ของกลางจะทำให้รถจักรยานยนต์ของกลางใช้การไม่ได้ ทั้งยังขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวน ซึ่งมิได้นำสืบปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของบันทึกคำให้การดังกล่าว ทั้งตามบันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพและภาพถ่ายปรากฏว่าจำเลยได้นำชี้เส้นทางที่ใช้เป็นทางเข้าออกโดยเข้ามาข้างศาลาพักผู้โดยสารด้านหลังสถานีตำรวจ แล้วเข้ามาลักชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางและหลบหนีไปทางเส้นทางเดิมซึ่งจำเลยมิได้ปฏิเสธว่าบันทึกและภาพถ่ายดังกล่าวไม่ถูกต้องเช่นกัน จึงรับฟังได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามบันทึกคำให้การผู้ต้องหาและนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพโดยสมัครใจ เมื่อคำรับสารภาพดังกล่าวเจือสมกับคำเบิกความของสิบตำรวจโท จ. ที่ว่าพบรอยเท้าคนเดินที่พงหญ้าด้านหลังสถานีตำรวจ นอกจากนี้จำเลยก็มิได้นำสืบใบมอบอำนาจที่จำเลยอ้างว่า อ. เจ้าของรถมอบอำนาจให้มาถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์หรือนำเจ้าพนักงานตำรวจที่จำเลยแสดงใบมอบอำนาจ ดังกล่าวมาเบิกความสนับสนุน ทั้งรถจักรยานยนต์ของกลาง ก็ยังอยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงานตำรวจซึ่ง อ. จะอนุญาตให้ถอดชิ้นส่วนรถไปโดยพลการไม่ได้ ข้ออ้างของ จำเลยจึงฟังไม่ขึ้น ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ พฤติการณ์ของจำเลยจึงมีเจตนาทุจริต แม้ว่า อ. จะทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยรับรถจักรยานยนต์ของกลางแต่ก็เป็นเวลา ภายหลังเกิดเหตุแล้ว ไม่ทำให้จำเลยพ้นความผิดไปได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) และ (8) วรรคสาม
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 335, 357 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน18,700 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) และ (8) วรรคสาม จำคุก 2 ปีข้อนำสืบและคำรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 1 ปี 4 เดือนให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน 18,700 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2539 เวลากลางคืน จำเลยได้ถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ซึ่งถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดเป็นของกลางในคดีอาญาและเก็บอยู่ในที่เก็บรถจักรยานยนต์ของสถานีตำรวจภูธรตำบลบางศรีเมืองไปหลายรายการตามบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายเอกสารหมาย จ.8 รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้คืนแก่เจ้าของเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2537 เจ้าพนักงานตำรวจทราบคำพิพากษาดังกล่าวจากพนักงานอัยการเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม2539 ตามหนังสือแจ้งผลเกี่ยวกับทรัพย์สินของกลางเอกสารหมาย ล.4นายอดิเรก กลิ่นชื้น มอบอำนาจให้จำเลยรับรถจักรยานยนต์คืนตามหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2539 คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกณรงค์ โสขุมาพนักงานสอบสวนเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2539เวลาประมาณ 8 นาฬิกา พยานได้รับรายงานจากสิบตำรวจโทเจตน์สะอาดชูชม ว่ารถจักรยานยนต์ที่ยึดไว้ในคดีอื่นและเก็บรักษาไว้ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรตำบลบางศรีเมืองถูกคนร้ายถอดชิ้นส่วนไปจากการสืบสวนทราบว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ เจ้าพนักงานตำรวจจึงตามไปยึดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางได้ที่บ้านของจำเลยชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์ตามบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.3และ จ.2 ตามลำดับและจำเลยนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพตามบันทึกเอกสารหมาย จ.4 และภาพถ่ายหมาย จ.5 และสิบตำรวจโทเจตน์เบิกความว่าที่เก็บของกลางมีรั้วอยู่ 3 ด้านด้านหลังไม่มีรั้วเป็นแอ่งน้ำและพงหญ้า วันที่พบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ดังกล่าวหายไป ได้ตรวจดูบริเวณพงหญ้าด้านหลังมีรอยเท้าคนเดินส่วนจำเลยมีตัวจำเลยเป็นพยานเบิกความว่ารถจักรยานยนต์ของจำเลยเกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย จำเลยจึงไปพบนายอดิเรกที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรีขอยืมชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของนายอดิเรกซึ่งเก็บอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรตำบลบางศรีเมือง นายอดิเรกให้ยืมจำเลยจึงไปถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเวลาประมาณ 22 นาฬิกาโดยเข้าไปหาทางด้านหน้าและพบสิบตำรวจตรีอรุณ แผนชัยภูมิจำเลยบอกสิบตำรวจตรีอรุณว่าจะมาดูอะไหล่รถจักรยานยนต์ของนายอดิเรก ขณะถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์เจ้าพนักงานตำรวจผ่านมาเห็นจำเลย จำเลยจึงแสดงใบมอบอำนาจจากเจ้าของให้มาถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ให้เจ้าพนักงานตำรวจดูด้วย รุ่งขึ้นเจ้าพนักงานตำรวจมาเชิญตัวจำเลยไปสถานีตำรวจภูธรตำบลบางศรีเมืองบอกว่าให้เอาอะไหล่ไปคืนก็จบเรื่อง และให้จำเลยลงชื่อรับสารภาพจำเลยก็ลงชื่อรับสารภาพ เห็นว่า จำเลยนำสืบรับว่าได้ถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ตามฟ้องจริง เพียงแต่อ้างว่าได้รับอนุญาตจากนายอดิเรกเจ้าของรถให้ยืมชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ดังกล่าวซึ่งข้ออ้างดังกล่าวนี้ขัดต่อเหตุผล เนื่องจากการถอดชิ้นส่วนจากรถจักรยานยนต์ของกลางจะทำให้รถจักรยานยนต์ของกลางใช้การไม่ได้ไม่น่าเชื่อว่านายอดิเรกจะให้จำเลยยืมชิ้นส่วนดังกล่าวและยังขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.2 โดยจำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของบันทึกคำให้การดังกล่าว ทั้งตามบันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพเอกสารหมาย จ.4และภาพถ่ายหมาย จ.5 ภาพที่ 1 จำเลยได้นำชี้เส้นทางที่ใช้เป็นทางเข้าออกโดยเข้ามาข้างศาลาพักผู้โดยสารด้านหลังสถานีตำรวจภูธรตำบลบางศรีเมืองแล้วเข้ามาลักชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางและหลบหนีไปทางเส้นทางเดิม ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธว่าบันทึกและภาพถ่ายดังกล่าวไม่ถูกต้องเช่นกัน จึงรับฟังได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามบันทึกคำให้การผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.2และนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพโดยสมัครใจและคำรับสารภาพดังกล่าวยังเจือสมกับคำเบิกความของสิบตำรวจโทเจตน์ที่เบิกความว่าพบรอยเท้าคนเดินที่พงหญ้าด้านหลังสถานีตำรวจภูธรตำบลบางศรีเมืองอีกด้วย นอกจากนี้จำเลยก็มิได้นำสืบใบมอบอำนาจที่จำเลยอ้างว่านายอดิเรกเจ้าของรถมอบอำนาจให้มาถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์หรือนำเจ้าพนักงานตำรวจที่จำเลยแสดงใบมอบอำนาจดังกล่าวมาเบิกความสนับสนุน ทั้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง