คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538
ฎีกาที่ 148/2538
หลักกฎหมาย
พยานโจทก์ทั้งหมดไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่1มาก่อนไม่มีเหตุน่าระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลยที่1เชื่อว่าเบิกความไปตามความเป็นจริง จำเลยที่1มีหน้าที่ปิดกั้นถนนซึ่งมีทางรถไฟผ่านได้เปิดสวิตช์สัญญาณไฟ5ดวงและให้สัญญาณโคมไฟสีเขียวแก่จำเลยที่2ผู้ขับขบวนรถไฟเพื่อผ่านแต่ไม่ได้นำแผงกั้นถนนไปปิดกั้นถนนเป็นสาเหตุทำให้รถยนต์โดยสารแล่นข้ามชนตู้โดยสารรถไฟเป็นเหตุให้คนตายการกระทำของจำเลยที่1จึงเป็นการ กระทำโดยประมาท
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ ฟ้อง และ แก้ไข คำฟ้อง ว่า จำเลย ทั้ง สอง เป็น ลูกจ้างของ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดย จำเลย ที่ 1 มี หน้าที่ ปิด กั้นถนน สาย ชัยภูมิ-สีคิ้ว ซึ่ง อยู่ ที่ ตำบล บ้านกอก อำเภอจัตุรัส จังหวัด ชัยภูมิ เมื่อ มี ขบวนรถไฟ ผ่าน และ ให้ สัญญาณไฟ เขียว แก่ รถไฟให้ ผ่าน ไป ได้ เมื่อ ได้ ทำการ ปิด กั้น ถนน เสร็จ แล้ว เพื่อ ป้องกัน มิให้เกิด อุบัติเหตุ ขบวนรถไฟ ชน กับ รถยนต์ ที่ แล่น ผ่าน จุด ตัด ดังกล่าวส่วน จำเลย ที่ 2 เป็น คนขับ รถไฟ เมื่อ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2533 เวลากลางคืน ก่อน เที่ยง จำเลย ทั้ง สอง และ นาย ยุทธศักดิ์ พลมณี ได้ กระทำ โดยประมาท ปราศจาก ความระมัดระวัง ซึ่ง บุคคล ใน ภาวะ เช่น บุคคลทั้ง สาม จัก ต้อง มี ตาม วิสัย และ พฤติการณ์ และ บุคคล ทั้ง สาม อาจ ใช้ความระมัดระวัง เช่นว่า นั้น ได้ แต่ หา ได้ ใช้ ให้ เพียงพอ ไม่ กล่าว คือจำเลย ที่ 1 ได้ ละเลย ไม่อยู่ ปฏิบัติ หน้าที่ ปิด กั้น ถนน ใน ขณะที่ จำเลยที่ 2 ขับ รถไฟ ขบวน ที่ 3 สาย กรุงเทพ-หนองคาย จาก กรุงเทพมหานคร ไป ถึง จุด ตัด ดังกล่าว ซึ่ง จำเลย ที่ 2 เห็น แล้ว ว่า จำเลย ที่ 1 ไม่ได้ปิด กั้น ถนน และ ให้ สัญญาณไฟ เขียว ให้ ขบวนรถไฟ ที่ จำเลย ที่ 2 ขับ ผ่านไป ได้ แต่ จำเลย ที่ 2 ก็ ไม่ได้ ชะลอ ความ เร็ว ของ รถไฟ ที่ จำเลย ที่ 2ขับ ผ่าน ไป ได้ แต่ จำเลย ที่ 2 ก็ ไม่ได้ ชะลอ ความ เร็ว ของ รถไฟลง เพื่อ สามารถ หยุด รถ ได้ ทัน หาก เห็นว่า จะ เกิด อุบัติเหตุ และ ไม่ให้สัญญาณ หวูดรถไฟ เพื่อ เตือน ให้ รถ ที่ จะ ผ่าน จุด ตัด ดังกล่าว ทราบ ว่า มีรถไฟ ผ่าน และ ระมัดระวัง ส่วน นาย ยุทธศักดิ์ ได้ ขับ รถยนต์โดยสาร คัน หมายเลข ทะเบียน 10-1319 ชัยภูมิ บรรทุก ผู้โดยสาร จาก กรุงเทพมหานครไป ตาม ถนน สาย ชัยภูมิ-สีคิ้ว มุ่งหน้า ไป ทาง จังหวัด ชัยภูมิ ก่อน จะ ถึง จุด ตัด ดังกล่าว นาย ยุทธศักดิ์ เห็น ป้าย จราจร เตือน ว่า ข้างหน้า เป็น ทาง รถไฟ และ ป้าย จราจร ให้ หยุด ก่อน จะ ถึง ทาง รถไฟ แต่ นาย ยุทธศักดิ์ ไม่ปฏิบัติ ตาม ป้าย จราจร ดังกล่าว โดย ไม่ ลด ความ เร็ว และ หยุด รถ กลับขับ ไป ตาม ปกติ ด้วย ความประมาท ของ บุคคล ทั้ง สาม เป็นเหตุ ให้ รถยนต์ที่นาย ยุทธศักดิ์ ขับ พุ่ง เข้า ชน ตู้ ที่ 2 ของ ขบวนรถไฟ ที่ จำเลย ที่ 2ขับ ตก จาก ราง แล้ว ขบวนรถไฟ ได้ ครูด รถยนต์ ไป ตาม ทาง รถไฟ ทำให้นาย ยุทธศักดิ์ และ ผู้โดยสาร มา กับ รถ ที่นาย ยุทธศักดิ์ ขับ ถึง แก่ ความตาย รวม 18 คน มี ผู้ได้รับ อันตรายแก่กาย และ ได้รับ อันตรายสาหัสต้อง ป่วย เจ็บ ด้วย อาการ ทุกขเวทนา เกินกว่า ยี่สิบ วัน และ จน ประกอบกรณียกิจ ตาม ปกติ ไม่ได้ เกินกว่า ยี่สิบ วัน หลาย คน เหตุ เกิด ที่ตำบล บ้านกอก อำเภอจตุรัส จังหวัด ชัยภูมิ ขอให้ ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 จำเลย ทั้ง สอง ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว พิพากษา ว่า จำเลย ที่ 1 มี ความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และ 300 กรณี เป็น การกระทำ อันเป็นกรรมเดียว เป็น ความผิด ต่อ กฎหมาย หลายบท ให้ ลงโทษ ตาม มาตรา 291อันเป็น บทที่ มี โทษหนัก ที่สุด ตาม มาตรา 90 จำคุก 5 ปี ยกฟ้อง ใน ส่วน ที่เกี่ยวกับ จำเลย ที่ 2 จำเลย ที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืน จำเลย ที่ 1 ฎีกา โดย ผู้พิพากษา ซึ่ง พิจารณา และ ลงชื่อ ใน คำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาต ให้ ฎีกา ใน ปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "พิเคราะห์ แล้ว ข้อเท็จจริง ฟังได้ เป็น ยุติใน เบื้องต้น ว่า ตาม วัน เวลา และ สถานที่ ที่ โจทก์ ฟ้อง ได้ มีนาย ยุทธศักดิ์ พลมณี ขับ รถยนต์โดยสาร หมายเลข ทะเบียน 10-1319ชัยภูมิ หมายเลข ข้าง รถ 28-19 สาย กรุงเทพ -ชัยภูมิ พุ่ง เข้า ชน ตู้ ที่ 2ของ ขบวน รถ ด่วน กรุงเทพ -หนองคาย ขบวน ที่ 3 ซึ่ง มี จำเลย ที่ 2 เป็นคนขับ เป็นเหตุ ให้ ผู้โดยสาร ที่ โดยสาร มา ใน รถยนต์โดยสาร ถึงแก่ความตาย18 คน ได้รับ บาดเจ็บ 11 คน และ จำเลย ที่ 1 เป็น พนักงาน การรถไฟแห่งประเทศ ไทย ตำแหน่ง พนักงาน ปิด กั้น ถนน ให้ รถไฟ ผ่าน มี หน้าที่ปิด กั้น ถนน สาย ชัยภูมิ -สี คิ้ว ทาง ด้าน เหนือ สถานี จตุรัส ซึ่ง มี ทาง รถไฟผ่าน มี ปัญหา ต้อง วินิจฉัย ตาม ฎีกา ของ จำเลย ที่ 1 ว่า จำเลย ที่ 1 กระทำผิด ตาม ฟ้องโจทก์ จริง หรือไม่ โจทก์ มี นาย ภูผา จิวะนนท์ นาย กองพล ทวีทรัพย์ นาย สนั่น วงศ์ศรีแก้ว นางสาว ดารุณี อยู่สูงเนิน สิบตำรวจตรี พีรวงษ์ หิรัญเกิด และ ร้อยเอก บรรจงฤกษ์ มาประเสริฐ เป็น ประจักษ์พยาน เบิกความ ตรง กัน ว่า ก่อน จะ เกิดเหตุ ไม่มี แผง กั้นถนน ปิด กั้น ถนน ด้าน สาย สี คิ้ว - ชัยภูมิ โดย นางสาว ดารุณี เบิกความ ว่า นั่ง มา ใน รถยนต์โดยสาร คัน เกิดเหตุ ที่ เบาะ หลัง ที่นั่ง คนขับ เมื่อ มา ถึงที่เกิดเหตุ เห็น รถไฟ แล่น มา ทาง ซ้าย มือ ไม่มี เครื่องกั้นถนน จึง ได้บอก คนขับ ว่า มี รถไฟ มา ใน วันเกิดเหตุ เวลา ปร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง