ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544

ฎีกาที่ 1483/2544

หลักกฎหมาย

จำเลยฟ้องแย้งและขอให้ศาลหมายเรียกธนาคาร ก.เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมเพื่อให้รับผิดตามฟ้องแย้ง โดยกล่าวหาว่าโจทก์ ธนาคาร ก. และบริษัทโจทก์ร่วมได้โต้แย้งสิทธิของจำเลยด้วยการร่วมกันทำละเมิดต่อจำเลยโดยใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ 421ดังนี้ ฟ้องแย้งของจำเลยก่อให้เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาทกันขึ้นว่าโจทก์ ธนาคาร ก. และ บริษัทโจทก์ร่วม ร่วมกันทำละเมิดต่อจำเลยตามฟ้องแย้งหรือไม่ จำเลยจึงมีอำนาจฟ้องธนาคาร ก.ได้ และลำพังตามคำฟ้องแย้งของจำเลยยังไม่อาจรับฟังได้ว่าธนาคาร ก. ไม่ได้ทำละเมิดต่อจำเลยโดยแน่ชัด การที่ศาลชั้นต้นด่วนวินิจฉัยว่าธนาคาร ก. เป็นเพียงเจ้าหนี้เสียงข้างมากของบริษัท อ. ที่หยุดการจำหน่ายเบียร์ให้จำเลย จำเลยไม่มีสิทธิฟ้องให้ธนาคาร ก. รับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยได้จึงไม่ชอบคดีจึงมีเหตุสมควรหมายเรียกธนาคาร ก. เข้ามาในคดีนี้เพื่อพิจารณารวมกันไปว่าต้องร่วมกับโจทก์และบริษัทโจทก์ร่วมรับผิดต่อจำเลยตามฟ้องแย้งหรือไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(3)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้าคำว่า "KLOSTER" (อ่านว่า "คลอสเตอร์") และเครื่องหมายการค้าอักษรไทยคำว่า "คลอสเตอร์" ซึ่งเป็นคำที่เป็นสาระสำคัญของชื่อบริษัทโจทก์ที่ใช้ในการประกอบกิจการค้ามาเป็นเวลาช้านานจนเป็นที่รู้จักแพร่หลาย นอกจากนี้โจทก์ยังเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า "KLOSTER" อักษรไทยคำว่า "คลอสเตอร์" และเครื่องหมายการค้าซึ่งได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทยแล้ว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2474 สำหรับสินค้าจำพวกที่ 43 ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474คำว่า "KLOSTER" ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 25 กันยายน2538 เครื่องหมายการค้าคำว่า "คลอสเตอร์" ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2540 โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้าเบียร์ของโจทก์นำออกจำหน่ายและโฆษณาเป็นเวลานานจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและนิยมแพร่หลายในหมู่สาธารณชนในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยเป็นอย่างดี เมื่อวันที่ 25มีนาคม 2520 จำเลยซึ่งไม่ได้รับอำนาจจากโจทก์ได้กระทำการโดยไม่สุจริต โดยจำเลยนำชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "คลอสเตอร์" และ "KLOSTER" ของโจทก์ไปจดทะเบียนเป็นสาระสำคัญของชื่อนิติบุคคลของจำเลยว่า "บริษัทคลอสเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด" โดยมีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Kloster (Thailand)Limited" และยังได้ใช้ชื่อดังกล่าวประกอบการค้าประเภทกิจการจำหน่ายเบียร์ สุรา และเครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ ซึ่งเป็นกิจการค้าประเภทและชนิดเดียวกันกับกิจการของโจทก์ ทำให้สาธารณชนเกิดความสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของกิจการค้าและ/หรือสินค้าได้ว่ากิจการค้าหรือสินค้าของจำเลยเป็นกิจการค้าหรือสินค้าของโจทก์ หรือโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องในทางใดทางหนึ่งกับกิจการค้าและ/หรือสินค้าของจำเลย อันเป็นการล่วงละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยยุติการใช้ชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์แล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทจำเลยเสียใหม่ โดยไม่ใช้คำว่า "KLOSTER" และ "คลอสเตอร์" เป็นชื่อหรือส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทจำเลยอีกต่อไป หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและห้ามจำเลยใช้ยื่นจดทะเบียนหรือเกี่ยวข้องใด ๆ กับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "KLOSTER" และ/หรือ "คลอสเตอร์"หรือคำอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกันกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "KLOSTER" และ "คลอสเตอร์" ของโจทก์อีกต่อไป จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เครื่องหมายการค้าคำว่า "KLOSTER" และคำว่า "คลอสเตอร์" ของโจทก์ยังไม่ได้มีการจดทะเบียนในประเทศไทย จำเลยไม่ได้ล่วงละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ และไม่ได้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยใช้ชื่อนิติบุคคลของจำเลยว่า"บริษัทคลอสเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด" มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเมื่อเดือนมีนาคม 2520 ซึ่งจำเลยสามารถใช้ชื่อดังกล่าวได้โดยอาศัยข้อตกลงระหว่างโจทก์กับบริษัทไทยอมฤตบริวเวอรี่จำกัด และจำเลยมีสิทธิใช้ชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ได้ตลอดไปตราบเท่าที่บริษัทไทยอมฤต บริวเวอรี่ จำกัดยังมีสิทธิผลิตเบียร์โดยใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ ตามหนังสืออนุญาตของโจทก์ จำเลยเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้น โดยมีบริษัทไทยอมฤตบริวเวอรี่ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และโจทก์กับบริษัทไทยอมฤตบริวเวอรี่ จำกัด มีข้อตกลงร่วมกันให้จำเลยเป็นผู้แทนจำหน่ายเบียร์คลอสเตอร์แต่ผู้เดียวในประเทศไทย โดยบริษัทไทยอมฤตบริวเวอรี่ จำกัด เป็นผู้ผลิตเบียร์คลอสเตอร์ขายให้แก่จำเลย และโจทก์ได้รับค่าตอบแทนในการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าชื่อทางการค้า และสูตรในการผลิตเบียร์คลอสเตอร์จากบริษัทไทยอมฤต บริวเวอรี่ จำกัด โจทก์ยอมรับและรับรู้ตลอดมาว่าจำเลยได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนจำหน่ายเบียร์ดังกล่าวในประเทศไทยแต่ผู้เดียวตั้งแต่ปี 2520 ตลอดมา ทั้งโจทก์ยังให้การสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสารเพื่อส่งเสริมการขายเบียร์คลอสเตอร์ในประเทศไทยซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งสามฝ่าย การที่จำเลยใช้ชื่อบริษัทคลอสเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงเป็นการใช้ชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าโดยความรู้เห็นยินยอมและเพื่อประโยชน์ร่วมกันในทางการค้าตลอดมา เนื่องจากในการปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนจำหน่ายเบียร์คลอสเตอร์แต่ผู้เดียวในประเทศไทยนั้น จำเลยได้ลงทุนจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการค้าการโฆษณาทางสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์กับทำป้ายโฆษณาตามสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งได้ว่าจ้างบริษัทโฆษณาคิดสร้างสรรค์คำขวัญเพื่อชักจูงลูกค้าจนเป็นที่ยอมรับและติดปากลูกค้าโดยทั่วไปเกี่ยวกับเบียร์คลอสเตอร์ว่า "ความสุขที่คุณดื่มได้" นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจการส่งเสริมการขายอื่น ๆหล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1483/2544 · ทนอย Thanoy