ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539

ฎีกาที่ 149/2539

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยไม่ส่งมอบไม้ฟืนที่ซื้อขายกันตามสัญญาขอให้จำเลยคืนเงินมัดจำที่รับไปพร้อมดอกเบี้ยจำเลยมิได้ให้การว่าจำเลยได้ส่งมอบไม้ฟืนให้แก่โจทก์แล้วทั้งหมดหรือบางส่วนเพียงแต่ปฏิเสธว่าไม่เคยทำสัญญาซื้อขายไม้ฟืนกับโจทก์จึงรับฟังได้ว่าจำเลยไม่เคยส่งมอบไม้ฟืนให้แก่โจทก์เลยแต่เมื่อเป็นเพราะมีคำสั่งกระทรวงเกษตรฯให้สัมปทานทำไม้ในเขตป่าไม้ที่จำเลยจะทำไม้ฟืนส่งมอบให้โจทก์สิ้นสุดลงการชำระหนี้ของจำเลยจึงตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมิได้ซึ่งเป็นผลให้จำเลยหลุดพ้นจากการชำระหนี้แต่เมื่อสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทนจำเลยก็ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตอบแทนโจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องมัดจำคืนจากจำเลย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ ฟ้อง ว่า เมื่อ วันที่ 29 ธันวาคม 2530 จำเลย ทำ สัญญา ขาย ไม้ไม้ฟืน ทำ ถ่าน ใน ป่า ที่ จัดสรร บ้านโนนทอง ตำบล โคกตะเคียน อำเภอ กาบเชิง จังหวัด สุรินทร์ ซึ่ง จำเลย ได้รับ สัมปทาน ให้ โจทก์ จำนวน 10,000 ลูกบาศก์เมตร ใน ราคา ลูกบาศก์เมตร ละ 100 บาทรวมเป็น เงิน 1,000,000 บาท ตกลง กัน ว่า จำเลย จะ ส่งมอบ ไม้ ที่ซื้อ ขาย ให้ โจทก์ เป็น คราว ๆ ตาม จำนวน ที่ ปรากฏ ใน ใบ ภาค หลวงที่ ทางราชการ ออก ให้ เมื่อ ได้ ตรวจ ตี ตรา และ เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมแล้ว เริ่ม จาก เดือน มกราคม 2531 เป็นต้น ไป จนกว่า จะ ครบ โจทก์จะ ชำระ ราคา ให้ จำเลย ทุกครั้ง เมื่อ ได้ มี การ ตรวจ ตี ตรา และ จำเลยได้เสีย ค่าภาคหลวง ครบ จำนวน 1,000 ลูกบาศก์เมตร โดย โจทก์วาง มัดจำ ให้ จำเลย ไว้ เป็น เงิน 300,000 บาท ด้วย เช็ค ของธนาคาร กรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด สาขา สุรินทร์ ลงวันที่ 29ธันวาคม 2530 สั่งจ่าย เงิน 300,000 บาท ตาม เอกสาร ท้ายฟ้องหมายเลข 1 และ 2 จำเลย นำ เช็ค ดังกล่าว ไป เรียกเก็บเงิน จากธนาคาร แล้ว ต่อมา จำเลย ขอให้ โจทก์ ชำระ ราคา ล่วงหน้า ให้ อีก300,000 บาท โจทก์ ออก เช็ค ของ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด สาขา สุรินทร์ ให้ จำเลย ไป อีก 3 ฉบับ สั่งจ่าย เงิน ฉบับ ละ 100,000 บาทลงวันที่ 7 เมษายน 2531 วันที่ 26 เมษายน 2531 และ วันที่15 พฤษภาคม 2531 ตาม เอกสาร ท้ายฟ้อง หมายเลข 3, 4 และ 5 ซึ่งจำเลย นำ ไป เรียกเก็บเงิน เรียบร้อย แล้ว เช่นกัน แต่ จำเลย ไม่ส่ง มอบไม้ฟืน ที่ ซื้อ ขาย ให้ โจทก์ ตาม สัญญา โจทก์ ทวงถาม หลาย ครั้ง จำเลย ขอผัดผ่อน เรื่อย มา โจทก์ จึง ให้ ทนายความ มี หนังสือ บอกกล่าว จำเลย ให้ส่งมอบ ไม้ ที่ ซื้อ ขาย ทั้งหมด ให้ โจทก์ ภายใน กำหนด 30 วัน โจทก์ พร้อม ที่จะ ชำระ ราคา ส่วน ที่ เหลือ อีก 400,000 บาท ให้ จำเลย ทันที หาก จำเลยไม่ส่ง มอบ ใน กำหนด ถือว่า โจทก์ บอกเลิก สัญญา จำเลย ต้อง คืนเงิน600,000 บาท พร้อม ดอกเบี้ย ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง ต่อ ปี นับแต่ วัน รับ เงินจาก โจทก์ ภายใน 7 วัน ตาม เอกสาร ท้ายฟ้อง หมายเลข 6 จำเลยได้รับ หนังสือ บอกกล่าว เมื่อ วันที่ 12 มิถุนายน 2532 ตาม เอกสารท้ายฟ้อง หมายเลข 7 แต่ เพิกเฉย สัญญาซื้อขาย ระหว่าง โจทก์ กับ จำเลยจึง เป็น อัน เลิกกัน จำเลย ต้อง คืนเงิน 600,000 บาท ให้ โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง ต่อ ปี นับแต่ วันที่ จำเลย ได้รับ เงิน เป็นต้น ไปรวม ดอกเบี้ย ถึง วันฟ้อง เป็น เงิน 72,965 บาท ขอให้ บังคับ จำเลยใช้ เงิน 672,965 บาท แก่ โจทก์ พร้อม ดอกเบี้ย ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง ต่อ ปีใน ต้นเงิน 600,000 บาท นับ ถัด จาก วันฟ้อง จนกว่า จะ ชำระ เสร็จ จำเลย ให้การ และ ฟ้องแย้ง ว่า จำเลย ไม่ได้ ตกลง ขาย ไม้ฟืน ให้โจทก์ และ รับ มัดจำ ไว้ ตาม ที่ โจทก์ ฟ้อง ความจริง เมื่อ ประมาณ ปลาย ปี2530 โจทก์ ต้องการ ไม้ฟืน ใน พื้นที่ ตำบล โคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัด สุรินทร์ จำนวน 10,000 ลูกบาศก์เมตร จึง มา ติดต่อ จำเลยซึ่ง มี อาชีพ ทำ ไม้ ให้ ช่วย จัดการ ให้ โจทก์ ได้ เข้า ไป ตัด ฟัน ไม้ฟืน ตาม ที่โจทก์ ต้องการ โดย จะ ให้ ค่าตอบแทน จำเลย ใน อัตรา ลูกบาศก์เมตร ละ100 บาท และ โจทก์ จะ เป็น ผู้ เสีย ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม ต่าง ๆ ตลอดจนจะ เป็น ผู้ ตัด ฟัน นำ เจ้าพนักงาน ไป ตรวจ ตี ตรา ขอ ใบเบิก ทาง และ ทำการขนย้าย ด้วย ตนเอง จำเลย ไม่มี หน้าที่ ต้อง ส่งมอบ ไม้ฟืน ให้ โจทก์เงิน 300,000 บาท ตามเช็ค เอกสาร ท้ายฟ้อง หมายเลข 1 เป็น เงินที่ โจทก์ ชำระ ให้ จำเลย ตาม ข้อตกลง ดังกล่าว ไม่ใช่ เงินมัดจำ การ ซื้อ ขายส่วน เงิน อีก 300,000 บาท ตามเช็ค เอกสาร ท้ายฟ้อง หมายเลข 3, 4และ 5 เป็น เงิน ที่ โจทก์ ชำระ ให้ จำเลย เป็น ค่าตอบแทน การ ที่ จำเลยจัด ให้ โจทก์ ได้ เข้า ตัด ฟัน ไม้ฟืน ใน พื้นที่ อื่น จำเลย ได้ จัด ให้ โจทก์ได้ เข้า ตัด ฟืน ได้ ครบ จำนวน ตาม ข้อตกลง แล้ว โจทก์ จึง ต้อง ชำระ ค่าตอบแทนอีก 700,000 บาท ให้ จำเลย แต่ โจทก์ ไม่ชำระ และ ละเลย ไม่ ขนย้ายไม้ฟืน ออกจาก ป่า ให้ เสร็จสิ้น จน กระทั่ง ต้น ปี 2532 ได้ มี คำสั่งกระทรวงเกษตร และ สหกรณ์ เรื่อง การ ให้ สัมปทาน สิ้นสุด ลง เป็นเหตุให้ โจทก์ ไม่สามารถ ขนย้าย ไม้ฟืน จาก ป่า ได้ ซึ่ง เป็น ความผิด ของ โจทก์ เองแต่ โจทก์ กลับ หา เหตุ มี หนังสือ บอกกล่าว ให้ จำเลย ส่งมอบ ไม้ฟืน ให้โจทก์ และ บอกเลิก สัญญา ตาม เอกสาร ท้ายฟ้อง หมายเลข 6 จำเลย จึง ได้ มีหนังสือ ปฏิเสธ ข้อเรียกร้อง ของ โจทก์ และ ให้ โจทก์ ชำระ ค่าตอบแทนที่ ค้างชำระ อีก 700,000 บาท ภายใน 7 วัน เมื่อ วันที่ 29 มิถุนายน2532 โจทก์ ได้รับ เมื่อ วันที่ 30 เดือน เดียว กัน แต่ โจทก์ เพิกเฉยโจทก์ จึง ต้อง เสีย ดอกเบี้ย ให้ จำเลย ใน อัตรา ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง ต่อ ปีนับ ตั้งแต่ วันที่ 7 กรกฎาคม 2532 เป็นต้น ไป ถึง วันฟ้อง แย้ง คิดเป็น เงิน 22,006
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2539 · ทนอย Thanoy