คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2566
ฎีกาที่ 1494/2566
หลักกฎหมาย
ความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และฐานจัดให้มีการเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ศาลต้องพิพากษาลงโทษจําเลยทั้งสามทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นําวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 แต่เนื่องจากโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้ลงโทษจําเลยทั้งสามฐานร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้การพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศด้วย ศาลฎีกาจึงไม่อาจลงโทษจําเลยทั้งสามในความผิดดังกล่าวอีกกระทงหนึ่งได้เพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจําเลยทั้งสาม ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นําวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับนั้น เมื่อตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่ามีผู้ประสงค์เงินสินบนนำจับนำเจ้าพนักงานไปจับกุมจำเลยทั้งสาม จึงไม่อาจจ่ายเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้นำจับได้
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 91ป.วิ.อ. 195ป.วิ.อ. 212ป.วิ.อ. 225พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 4พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 4 ทวิพ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 12พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 4พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 3
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 6, 10, 12, 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ เครื่องเราท์เตอร์ไวร์เลส และกล้องวงจรปิดของกลาง และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับด้วย จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4 ทวิ, 12 (2) (ที่ถูก ต้องปรับมาตรา 4 วรรคสองด้วย) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 2 อายุ 18 ปีเศษ รู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว จึงไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันตามฟ้องข้อ 1.1 ปรับคนละ 2,000 บาท ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันตามฟ้องข้อ 1.2 จำคุกคนละ 4 เดือน และปรับคนละ 1,000 บาท รวมจำคุกคนละ 4 เดือน และปรับคนละ 3,000 บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 1,500 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ เครื่องเราท์เตอร์ไวร์เลส และกล้องวงจรปิดของกลาง และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับด้วย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนักและไม่รอการลงโทษ โดยอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันตามฟ้องข้อ 1.1 จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันตามฟ้องข้อ 1.2 จำคุกคนละ 4 เดือน รวมจำคุกคนละ 6 เดือน ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 เดือน ไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษ ให้ยกคำขอให้จ่ายเงินสินบนนำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสามหรือไม่ เห็นว่า แม้การจัดให้มีการเล่นการพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์จะเป็นเรื่องร้ายแรงกว่าการจัดให้มีการเล่นการพนันรูปแบบเดิม แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ก็ดี ตามอุทธรณ์ของโจทก์ก็ดี ไม่ปรากฏว่าการจัดให้มีการเล่นการพนันของจำเลยทั้งสามมีผู้เข้าร่วมเล่นการพนันมากน้อยเพียงใด มีการดำเนินการเป็นระยะเวลานานเพียงใด และมียอดเงินที่เล่นการพนันหมุนเวียนมากน้อยเพียงใด อันจะแสดงว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันรายใหญ่ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความสงบสุขของสังคม ประกอบกับข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามเคยรับโทษจำคุกหรือกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อน ทั้งการลงโทษจำคุกในระยะสั้นไม่ก่อให้เกิดผลดีแก่จำเลยทั้งสามและสังคมโดยรวมมากนัก กรณีจึงมีเหตุสมควรให้โอกาสจำเลยทั้งสามกลับตัวเป็นพลเมืองดี โดยรอการลงโทษจำคุกไว้สักครั้งหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสามนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังขึ้น แต่เพื่อให้จำเลยทั้งสามหลาบจำและไม่หวนกลับไปกระทำความผิดอีก จึงให้ลงโทษปรับและกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยทั้งสามด้วย อนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 1.2 ใจความว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ จัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันทายผลการเล่นกีฬาและทายผลฟุตบอลต่างประเทศ... พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย... และขอให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 มาท้ายฟ้องด้วย แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องถึงการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามในส่วนนี้รวมมาในข้อเดียวกันและระบุว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดในวันเวลาและสถานที่เดียวกัน แต่ความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้การพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ และความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ ต่างเป็นความผิดอยู่ในตัวเองไม่เกี่ยวข้องกัน เมื่อคำฟ้องของโจทก์ระบุยืนยันว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันเป็นทั้งเจ้ามือรับกินรับใช้และผู้จัดให้มีการเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศและจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดทั้งในฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้การพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ และฐานจัดให้มีการเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ อันเป็นคว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง