ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 15020/2558

หลักกฎหมาย

แม้หนังสือมอบอำนาจไม่ได้เขียนชัดแจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่ก็มีข้อความระบุให้มีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และมีอำนาจปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้ปลอดจากการคัดค้านหรือโต้แย้ง และยื่นฟ้องเกี่ยวกับข้อเรียกร้องทั้งปวงของโจทก์เกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า เมื่อข้อเรียกร้องโจทก์ในคดีนี้คือให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ การฟ้องคดีนี้จึงเป็นการกระทำภายในขอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจ ในการพิจารณาว่าคำใดเป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรงหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาว่าคำดังกล่าวสามารถสื่อให้สาธารณชนทราบหรือเข้าใจได้ในทันทีว่าสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้านั้นมีคุณสมบัติอย่างไร หากคำดังกล่าวเป็นเพียงคำที่อาจสื่อให้สาธารณชนผู้ใช้สินค้าคิดหรือจินตนาการและยังต้องใช้วิจารณญาณพอสมควรจึงจะเข้าใจว่าคำดังกล่าวสื่อให้ทราบถึงลักษณะของตัวสินค้าหรือคุณสมบัติของสินค้านั้น ก็ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรง เมื่อคำว่า "Superdry" เกิดจากการนำคำว่า "Super" และ "dry" มารวมกันได้ความหมายว่า "ทำให้แห้งอย่างมาก" ซึ่งตรงกับคำแปลของอักษรญี่ปุ่นในเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าจำพวกเครื่องแต่งกายประเภทเข็มขัด รองเท้า หมวก เสื้อ กางเกง ชุดลำลอง ผ้าพันคอ ถุงมือ และชุดชั้นใน ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้น คุณสมบัติความแห้งมากของสินค้ามิใช่คุณสมบัติพิเศษที่ผู้ซื้อสินค้าดังกล่าวทั่วไปต้องการ เครื่องหมายการค้าอักษรญี่ปุ่นและอักษรโรมันคำว่า ของโจทก์จึงไม่ถือเป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า เครื่องหมายการค้าอักษรญี่ปุ่นและอักษรโรมัน คำว่า "" ของโจทก์ตามคำขอเลขที่ 742742 มีลักษณะบ่งเฉพาะอันพึงรับจดทะเบียนได้ ให้เพิกถอนคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ พณ 0704/18091 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2553 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 558/2554 และให้จำเลยดำเนินการเพื่อรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามคำขอเลขที่ 742742 ตามขั้นตอนต่อไป จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า เครื่องหมายการค้าอักษรญี่ปุ่นและอักษรโรมันคำว่า "" ของโจทก์ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 742742 มีลักษณะบ่งเฉพาะอันพึงรับจดทะเบียนได้ ให้เพิกถอนคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ พณ 0704/18091 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2553 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 558/2554 และให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า "" ของโจทก์ตามคำขอเลขที่ 742742 ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อแรกว่า โจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้โดยชอบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์มีหนังสือมอบอำนาจโจทก์ที่ลงลายมือชื่อโดยนายชอน ไซมอน วิลล์ (Shaun Simon Wills) ซึ่งตามหนังสือการจัดตั้งบริษัทโจทก์ระบุว่าเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ (Company Driector) และมีนายพอล นิเกล เอนเจล เบรชด์ (Paul Nigel Engelbrecht) โนตารีปับลิกแห่งเมืองเกลาส์เตอร์ไซร์ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือลงลายมือชื่อรับรองหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวอีกชั้นหนึ่งว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือและลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจเป็นลายมือชื่อของนายชอน ไซมอน วิลล์ กรรมการซึ่งมีอำนาจในการลงลายมือชื่อในนามบริษัทโจทก์โดยอาศัยอำนาจของคณะกรรมการและนายชอน ไซมอน วิลล์ ได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าตนจริงตามคำรับรองของโนตารีปับลิก หน้าที่ 3 และเอกสารดังกล่าวยังมีนายอาร์. ซิมมอนส์ แห่งสำนักงานกระทรวงการต่างประเทศและกิจการในเครือจักรภพสหราชอาณาจักรรับรองฐานะของโนตารีปับลิกอีกชั้นหนึ่งว่าถูกต้องตามกฎหมาย และมีนายณัฐวุฒิ เลขานุการเอกสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอนรับรองลงลายมือชื่อของนายอาร์. ซิมมอนส์ และตราประทับของกระทรวงการต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอนอีกชั้นหนึ่งว่าเป็นลายมือชื่อและตราประทับที่ถูกต้องแท้จริง เมื่อจำเลยไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมานำสืบหักล้างให้เห็นได้ว่า นายชอน ไซมอน วิลล์ ไม่ใช่กรรมการบริษัทผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ และไม่มีเหตุอันสมควรสงสัยในความถูกต้องแท้จริงของหนังสือมอบอำนาจและหนังสือรับรองของโนตารีปับลิก พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงมีน้ำหนักและเหตุผลให้รับฟังได้ดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่านายชอน ไซมอน วิลล์ เป็นกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อกระทำการแทนโจทก์และเป็นผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจ มอบอำนาจให้นายนันทน ฟ้องคดีแทนโจทก์ได้ ส่วนข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าตามหนังสือมอบอำนาจไม่มีข้อความระบุว่าโจทก์มอบอำนาจให้ผู้รับอำนาจยื่นอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้นั้น เห็นว่า เมื่อหนังสือมอบอำนาจมีข้อความระบุไว้ชัดเจนในหัวข้อเรื่องการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาข้อ 1 ว่า ให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจในการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตลอดจนฟ้องและต่อสู้คดีเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ ทั้งในหัวข้อเรื่องการบังคับใช้สิทธิก็ระบุให้อำนาจผู้รับมอบอำนาจในการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของโจทก์ให้ปลอดจากการคัดค้านหรือโต้แย้ง ไม่ว่าจะโดยการดำเนินคดีทางแพ่งหรือทางอาญาหรือโดยประการอื่น และยื่นฟ้อง ฟ้องร้อง และดำเนินการไปจนเสร็จในศาลยุติธรรมในประเทศไทยซึ่งข้อเรียกร้องทั้งปวงของโจทก์ หรือดำเนินกระบวนพิจารณาทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ดังนั้น หนังสือมอบอำนาจจึงมีการระบุในเรื่องการมอบอำนาจให้ฟ้องร้องคดีต่อจำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ดูแลเกี่ยวกับการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว แม้หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไม่ได้เขียนไว้โดยชัดแจ้งว่าให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจในการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าก็ตาม แต่ก็มีข้อความระบุให้มีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ และให้มีอำนาจปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้ปลอดจากการคัดค้านหรือโต้แย้ง และยื่นฟ้องเกี่ยวกับข้อเรียกร้องทั้งปวงของโจทก์เกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า เมื่อข้อเรียกร้องของโจทก์ในคดีนี้คือให้คณะกรรมกา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง