คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2557
ฎีกาที่ 15079/2557
หลักกฎหมาย
สัมปทานเก็บรังนกในเขตพื้นที่จังหวัดชุมพรตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพรได้แบ่งพื้นที่การประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่นออกเป็น 5 พื้นที่ การยื่นซองประมูลเงินอากรเก็บรังนกอีแอ่นได้กำหนดให้ผู้เสนอประมูลจะต้องเสนอประมูลเงินอากรเก็บรังนกอีแอ่นในแต่ละพื้นที่ในเขต 5 พื้นที่ดังกล่าวไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังมีการทำสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นแยกต่างหากจากกันในแต่ละพื้นที่ดังกล่าวด้วย ดังนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า ประกาศคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพร มีการลงทุนในกิจการของรัฐแยกออกเป็น 5 โครงการ ทั้งห้าโครงการมีการประมูลได้รวมเกินหนึ่งพันล้านบาทตามที่จำเลยทั้งสามอ้าง แต่เมื่อสัญญาแต่ละฉบับประมูลได้ไม่เกินฉบับละหนึ่งพันล้านบาท โจทก์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการที่ประสงค์จะให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในโครงการสัมปทานเก็บรังนกในเขตพื้นที่โจทก์ จึงไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.อากรรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 15พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 5
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระอากรค้างตามสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นในเขตเทศบาลตำบลปากตะโก ประจำปี 2547 และ 2548 จำนวน 85,781,833.34 บาท ดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 8 ต่อปีของต้นเงินอากรค้างชำระ นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดจนถึงวันฟ้องจำนวน 22,373,967.14 บาท และนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาแก่โจทก์เสร็จสิ้นเงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดจนถึงวันฟ้อง 51,620,767.50 บาท และนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาแก่โจทก์เสร็จสิ้น ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระเงินอากรจำนวน 329,500 บาท ค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจำนวน 180,646,666.67 บาท ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมชำระเงินอากรค้างชำระ เงินค่าดอกเบี้ยจากการผิดนัด เงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากร เงินค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัด และเงินค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ตามวงเงินค้ำประกันการทำสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นในเขตเทศบาลตำบลปากตะโก เลขที่ ซี 02152/21003500/841 จำนวน 97,850,000 บาท ค่าเสียหายในระหว่างจำเลยที่ 2 ผิดนัดชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันคิดเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินตามหนังสือค้ำประกันดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 2 จะชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันแก่โจทก์เสร็จสิ้น ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมชำระเงินอากรค้างชำระ เงินค่าดอกเบี้ยจากการผิดนัด เงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากร เงินค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัด และเงินค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ตามวงเงินค้ำประกันการทำสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นในเขตเทศบาลตำบลปากตะโก เลขที่ 940805002633 จำนวน 20,548,500 บาท ค่าเสียหายในระหว่างจำเลยที่ 3 ผิดนัดชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันคิดเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินตามหนังสือค้ำประกันดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 3 จะชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันแก่โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินอากรค้างตามสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำชุมพร ประจำปี 2547 และ 2548 จำนวน 37,977,200 บาท ดอกเบี้ยจากการผิดนัดชำระเงินอากรตามสัญญาสัมปทานในอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ของต้นเงินอากรค้างชำระ นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดจนถึงวันฟ้องจำนวน 9,903,542.02 บาท และนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาแก่โจทก์เสร็จสิ้น เงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาสัมปทานในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดจนถึงวันฟ้องจำนวน 22,853,466 บาท และนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาแก่โจทก์เสร็จสิ้น ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระเงินอากรตามสัญญาสัมปทานจำนวน 148,000 บาท ค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาสัญญาสัมปทานจำนวน 96,800,000 บาท ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมชำระเงินอากรค้างชำระ ดอกเบี้ยจากการผิดนัดเงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากร ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัด และเงินค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ ตามวงเงินค้ำประกันการทำสัญญาสัมปทานเลขที่ แอล 46-0554 และเลขที่ 940805002645 จำนวน 52,417,200 บาท ค่าเสียหายในระหว่างจำเลยที่ 3 ผิดนัดชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันทั้งสองฉบับ โดยคิดเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินตามหนังสือค้ำประกันทั้งสองฉบับดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 3 จะชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันแก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยที่ 1 ให้การ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง และการกระทำของโจทก์ดังกล่าวทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหายขอให้โจทก์คืนหนังสือค้ำประกันสัญญา คืนเงินค่าอากรทั้งหมดที่โจทก์ได้รับจากจำเลยที่ 1 จำนวน 148,674,300 บาท ชดใช้ค่าใช้จ่ายที่จำเลยที่ 1 จะต้องสูญเสียจากการดำเนินงานตามสัญญาสัมปทานจำนวน 46,784,873.82 บาท และชดใช้ค่าขาดประโยชน์และค่าสูญเสียกำไรทางธุรกิจที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับหากมีการดำเนินงานตามสัญญาสัมปทานต่อไปจำนวน 100,000,000 บาท รวมทั้งสิ้น 295,459,173.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง